Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด
Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด

Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด จากยอดส่งมอบ รถรุ่นล่าสุด สูงสุดเป็นประวัติการณ์

Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด โดยมีรายได้ 1.62 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่สาม แม้ว่าจะมีปัญหา การขาดแคลน เซมิคอนดักเตอร์ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และความท้าทาย ด้านซัพพลายเชนอื่นๆ

โดยมีรายรับเพิ่มขึ้น 57% เป็น 13.8 พันล้านดอลลาร์ และอัตรากำไรขั้นต้น ของยานยนต์ เพิ่มขึ้นเป็น 30.5%

ผู้บริหารคาดว่า ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า ของเทสลาอย่างแข็งแกร่ง จะช่วยขับเคลื่อน การเติบโตต่อไป แม้ว่าจะเร่ง การผลิตในโรงงาน ประกอบใหม่ ในเท็กซัส และเยอรมนีก็ตาม

เทสลาได้รับเงินช่วยเหลือ 279 ล้านดอลลาร์ ในการขายสินเชื่อ ตามกฎระเบียบ ให้กับคู่แข่ง แม้ว่าตัวเลขดังกล่าว จะลดลงในไตรมาสที่สอง ติดต่อกัน

Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด

ผู้ผลิตรถยนต์ สร้างสถิติ การส่งมอบทั่วโลกที่ 241,391 คัน ในไตรมาสล่าสุด  เพิ่มขึ้น 73 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อนหน้า เทสลากล่าวว่า ราคาขายเฉลี่ยลดลง 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจาก Model 3 ที่มีราคาต่ำกว่า และ Model Y มีสัดส่วนเกือบทั้งหมด

“โดยรวมแล้ว ฉันภูมิใจมาก กับสิ่งที่ทีม ทำสำเร็จ และรู้สึกตื่นเต้น สำหรับการเติบโต ในระยะต่อไป ในไตรมาสที่ 4 และปี 2565” CFO Zach Kirkhorn กล่าวในการพูดคุย กับนักลงทุนในวันพุธ

“ทีมงานได้ทำงานหนัก ในการปรับปรุง สภาพทางการเงินของเรา ในช่วงเวลาสั้น ๆ ในขณะที่ยังคง ปรับปรุงความแม่นยำ และความเร็วในการทำงาน ของเราต่อไป”

CEO Elon Musk ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม อย่างที่เคยทำมาแล้วในอดีต เขาพูดถึงไตรมาสที่แล้วว่า เขาอาจจะข้ามสายไปบ้างในอนาคต

รถประหยัดพลังงาน
รถประหยัดพลังงาน ทางเลือกใหม่ ที่ช่วยให้คุณ ประหยัดเงินในกระเป๋า

รถประหยัดพลังงาน ประหยัดพลังเงิน รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด ช่วยคุณประหยัด ในระยะยาว

รถประหยัดพลังงาน หรือจะเรียกว่า รถ พลังงานสะอาด ก็ได้ เป็นเทรนใหม่ ๆ สำหรับคนที่ ใส่ใจรักษ์โลก เพราะในปัจจุบัน ปัญหาทางด้าน มลภาวะได้ เพิ่มความรุนแรง มากขึ้นทุกวัน ๆ ปัญหาโลกร้อน ที่เป็นปัญหา ในระดับโลก และ  PM 2.5 ที่ทำลายสุขภาพ ผู้คนบนโลก และตัวการหลัก ๆ ที่ก่อให้เกิด ปัญหามลภาวะ ทางอากาศก็คือ ควันจาก รถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง ที่ใช้น้ำมัน และวิ่งกันเต็มถนน อยู่ทุกวันนั่นเอง

ตั้งแต่ในขั้นตอน การผลิต การใช้งาน จนไปถึงการ ทำลายทิ้งเมื่อ หมดอายุการใช้งาน ในทุกขั้นตอน ของวงจรรถยนต์ ล้วนแล้วแต่ต้อง ใช้พลังงานทั้งสิ้น รวมถึงราคา น้ำมันโลกที่มี ความผันผวน และสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ทำให้ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค เริ่มให้ความสนใจ รถประหยัดพลังงาน และเล็งเห็นถึง ความสำคัญของ เรื่องสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการ พัฒนารถยนต์ ประหยัดพลังงานและ รักษาสิ่งแวดล้อม

รถประหยัดน้ำมัน 2021 ไม่ว่าจะเป็น รถ Eco-car รถพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือก รถพลังงานไฮโดรเจน รถไฮบริด และรถพลังงานไฟฟ้า ก็ล้วนแล้วแต่เป็น ตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยกันทั้งสิ้น แต่ในวันนี้ เราจะหยิบยก ในส่วนของรถ พลังงานไฟฟ้า มาให้ได้อ่านกัน

รถประหยัดพลังงาน

รถประหยัดพลังงาน รถยนต์ไฟฟ้า ดีกว่ายังไง ?

แม้อาจไม่ใช่ เรื่องใหม่มากนัก เพราะ รถยนต์ไฟฟ้า คันแรกของโลก เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1900 มาแล้ว แต่เริ่มเป็นกระแส ได้รับความสนใจ และมีการพัฒนา อย่างจริงจังในช่วง ศตวรรษที่ 21 หรือในปัจจุบันนี้เอง เป็นเพราะทั่วโลก เริ่มหันมาให้ ความสำคัญกับ การดูแลโลก ให้ดูสะอาดและ น่าอยู่ยิ่งขึ้น ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้า ก็ได้ตอบโจทย์ ในเรื่องของการ ลดมลภาวะ ทางอากาศได้ เพราะไม่มีการ ปล่อยควันพิษมา จากท่อไอเสีย และยังมีข้อดีอื่น ๆ อีกดังนี้

1. ทำงานเงียบ และอัตราเร่ง ที่ได้ดั่งใจ

การขับเคลื่อน โดยที่ไม่ใช้ เครื่องยนต์สันดาป อยู่ภายใน จึงไม่ทำให้ เกิดการเผาไหม้ ทำให้เสียงเงียบ กว่ารถยนต์ที่ใช้ น้ำมันเชื้อเพลิงหลายเท่า และมีอัตราเร่ง อย่างที่ใจต้องการ เพราะไม่ต้องมีการ ทดเกียร์อีกต่อไป ทำให้ขับขี่ ได้ตามความต้องการ ของผู้ขับ

2. ประหยัดค่าใช้จ่าย และค่าซ่อมบำรุง

การใช้ไฟฟ้า มาแทนที่ น้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีราคาสูง รวมไปจนถึง ค่าใช้จ่ายใน การซ่อมบำรุง รถยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องบำรุง รักษาน้อยกว่า เพราะไม่มีเครื่องยนต์ ไม่ต้องคอยเปลี่ยน ถ่ายน้ำมันเครื่อง จึงทำให้การ ดูแลเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องบำรุง รักษากันบ่อย ๆ

3. ชาร์จแบตได้เองที่บ้าน ไม่ต้องไปปั๊มน้ำมัน

รถยนต์ไฟฟ้า สามารถชาร์จแบต ได้ด้วยไฟบ้าน ซึ่งสามารถชาร์จ ทิ้งไว้ได้ใน ช่วงที่เรานอน พอถึงตอนเช้า รถก็จะพร้อม สำหรับใช้งาน ไม่ต้องเสียเวลา ไปปั๊มน้ำมัน อีกต่อไป

ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้หลายประเทศ สนับสนุนรถยนต์ พลังงานไฟฟ้า  และพยายามจะ ผลักดันนโยบาย ให้รถยนต์ไฟฟ้า กลายเป็นรถยนต์ แห่งโลกอนาคต ที่ทั้งโลกใช้กัน ทางด้านของ ประเทศไทยนั้น ก็ได้มีการ เตรียมความพร้อมเรื่องนี้ กันไว้บ้างแล้ว เช่น การเร่งติดตั้ง เพิ่มจุดชาร์จไฟ สำหรับรถยนต์ พลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เพียงพอ ต่อการใช้งาน เป็นต้น

รถประหยัดพลังงาน

รถยนต์ไฟฟ้า มีวิธีการ ทำงานอย่างไร ?

รถยนต์ไฟฟ้า เกิดจากการพัฒนา ทางเทคโนโลยี ทำให้รถยนต์ ประเภทนี้ใช้เพียง พลังงานไฟฟ้า ในการขับเคลื่อน โดยการทำงานของ รถ ประหยัดพลังงานไฟฟ้า 100% นั้น ไม่ได้ซับซ้อน เหมือนรถยนต์ที่ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง มีปัจจัยหลัก ในการขับเคลื่อน เพียง 3 ส่วนเท่านั้น แต่ทั้งสามส่วน ก่อให้เกิดการ ขับเคลื่อนที่ เต็มประสิทธิภาพ ได้แก่

  • แบตเตอรี่ : พลังงานไฟฟ้า ที่ชาร์จเข้ามา จะถูกกักเก็บ ไว้ที่แบตเตอรี่ ซึ่งปัจจุบัน แบตเตอรี่ที่ใช้ ในรถยนต์ไฟฟ้า คือแบตเตอรี่แบบ ลิเธียมไอออน ซึ่งเก็บพลังงาน ไฟฟ้าได้มาก และใช้งานได้ ทนทานมากขึ้น
  • ตัวแปลง กระแสไฟฟ้า : ใช้ควบคุมและ แปลงกระแสไฟ จากพลังงาน ไฟฟ้ากระแสตรง มาเป็นพลังงาน ไฟฟ้ากระแสสลับ เพื่อส่งต่อพลังงาน ไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า
  • มอเตอร์ไฟฟ้า : ใช้เพื่อส่งพลังงาน ที่ได้จากตัวแปลง กระแสไฟฟ้า ส่งต่อไปให้เพลา เพื่อเกิดพลังงาน ในการขับเคลื่อน

รถประหยัดพลังงาน

แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ขุมพลังของ รถยนต์ไฟฟ้า

แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน เป็นแหล่งกำเนิด พลังงานและถูก พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีขนาด ที่เล็กลงและ ให้พลังงาน ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีความน่าสนใจหลายประการ ได้แก่

  1. น้ำหนักเบา: ธาตุลิเธียมนั้น เป็นโลหะอัลคาไลน์ มีน้ำหนักเบา ที่สุดในโลก แบตเตอรี่จึง มีน้ำหนักเบา ตามกันไปด้วย ทำให้รถใช้ พลังงานในการ ขับเคลื่อนน้อยลง เพราะน้ำหนักที่เบา เลยประหยัดพลังงาน ได้มากขึ้นกว่าเดิม
  2. อายุการใช้งาน: เนื่องจากการพัฒนา ของแบตเตอรี่ จึงทำให้แบตฯ ลิเธียมไอออน มีประจุไฟฟ้า ที่สูงกว่า และเก็บประจุ ไฟฟ้าได้นาน กว่าแบตเตอรี่ รูปแบบอื่น ๆ ทั้งยังมีการชาร์จ ที่ได้ผลดีกว่า ใช้งานได้นานขึ้น
  3. ให้พลังงานสูง คงที่ และชาร์จได้เร็ว: ในธาตุลิเธียมนั้น มีเซลล์ไฟฟ้า เคมีที่สูงกว่า เซลล์จากโลหะอื่น ทำให้แบตเตอรี่ มีแรงดันไฟฟ้า ที่สูงกว่าแบตเตอรี่ ชนิดอื่น ๆ จึงกลายเป็นต้นกำเนิด ของขุมพลังงาน ที่เสถียรที่สุด นับเป็นหนึ่งใน พลังงานทางเลือก ที่จะเข้ามาแทนที่ พลังงานเชื้อเพลิง อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. เป็นเซลล์แห้ง : แบตเตอรี่ลิเธียม ไอออนนั้น ไม่มีส่วนประกอบ ที่เป็นของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงรับประกัน เรื่องของความปลอดภัย ต่อมนุษย์โลก และสิ่งแวดล้อม ได้ดีกว่าแบตเตอรี่ แบบอื่น ๆ
Tesla Model Y
Tesla Model Y รุ่นใหม่ล้ำสมัยกว่าเดิม เผยโฉมดีไซน์ใหม่เป็นที่เรียบร้อย!

Tesla Model Y รถยนต์ไฟฟ้าออกแบบใหม่ สำหรับรุ่นปี 2021

Tesla Model Y รถไฟฟ้าเอสยูวี ที่มีขนาดกะทัดรัด ของบริษัทเทสลา ตั้งเป้าหมายที่จะ เจาะตลาดรถยนต์ ด้วยราคาสุดประหยัด คุณภาพแบตเตอรี่ ที่จะทำให้ยอดขาย ของรถไฟฟ้าเทสลา เพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม สำหรับรุ่นปี 2021

ซึ่งการออกแบบใหม่รุ่นนี้ กำลังได้รับการเฉยโฉม สู่ชาวโลกออกมาใหม่ และมันสามารถทำให้ รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึง ผู้ซื้อได้มากกว่า ที่เคยเป็นมา

ในช่วงไตรมาสที่สอง ของช่วงปี 2021 อีลอน มัสก์ยืนยันว่า “การออกแบบใหม่” ของรถเอสยูวีในครั้งนี้  จะเปิดตัวสู่โลกภายนอก ภายในปลายปีนี้ ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลง ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของ รถยนต์ไฟฟ้า Model Y นับตั้งแต่เปิดตัว ครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2020

Tesla Model Y

Tesla Model ใหม่ กับการออกแบบฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนเก่า

นี่คือทุกสิ่งที่คุณจำเป็น ต้องรู้เกี่ยวกับ Tesla Model Y ออกแบบใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติใหม่ๆ และข้อมูลจำเพาะ ที่อัปเกรดเพิ่มเข้ามา

ซึ่งทางบริษัทเทสลา มีการเปลี่ยนแปลง อยู่สองประการ ในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ new tesla model คือตัวถังด้านหน้า/หลังแบบหล่อ ที่ใช้กระบวนการที่เรียกว่า “Giga Press” คือกระบวนการที่ ใช้ชุดเครื่องหล่ออลูมิเนียม ที่ผลิตในอินตาลี โดยลดส่วนประกอบ ส่วนหลังไปกว่า 70 ชิ้นให้เหลือเพียงชิ้นเดียว

ในส่วนของเซลล์แบตเตอรี่ มีการปรับปรุงหลายๆ อย่างซึ่งส่งผลให้ราคา ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงลดลง 56 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มช่วงแบตเตอรี่ ระหว่างการชาร์จ 54% แถมยังมีน้ำหนักเบาลง 10 เปอร์เซ็นต์

รถยนต์ไร้คนขับ
รถยนต์ไร้คนขับ 5 สิ่งที่ทุกคนควรรู้ เทคโนโลยีอนาคต ที่ผู้คนจะต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ

รถยนต์ไร้คนขับ 5 สิ่งที่ทุกคนควรรู้ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ค่ายรถรายใหญ่ กำลังพุ่งเป้าไปที่มัน

รถยนต์ไร้คนขับ ความน่าจะเป็น ของกระแสโลก ในยุคเทคโนโลยี การมีรถยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัว ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่าง ๆ ก็พยายามที่จะผลิตออกมา ล่อตาล่อใจผู้บริโภค เช่นเดียวกับบริษัทเทคโนโลยี เจ้าดังอย่าง Apple และ Google ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์นี้ ได้เริ่มทดสอบวิ่งกันเเล้ว

1. รถยนต์ในปัจุบัน มีฟังก์ชั่นการขับขี่ แบบอัตโนมัติอยู่แล้ว >>> ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยจอด เร่งความเร็ว เบรก และบังคับเลี้ยวได้ แต่มีกี่คนที่ใช้เป็น และเคยใช้มัน

รถยนต์ไร้คนขับ

2. เป้าหมายคือต้องการ ลดความผิดพลาด ที่เกิดจากผู้ขับขี่ >>> มีหลายคนไม่ยอมรับ ว่าเทคโนโลยีนี้ จะเชื่อถือได้จริง จนต้องพยายาม บังคับรถด้วยตัวเอง และบังคับตัวเองด้วย ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง แม้กระทั้งหมากฝรั่ง

3. รถยนต์ที่ขับด้วยตนเอง ถูกตั้งโปรแกรม ให้ขับอย่างระมัดระวัง >>> นักวิจารณ์ด้านรถยนต์ ให้นิยามว่า “โปรแกรมขี้อาย” ไม่มีความโกรธ ความดุดันก้าวร้าว หรือคุกคามผู้สัญจรคนอื่น มีแต่การขับขี่นิ่มนวล เรื่อย ๆ ชิลล์ ๆ แม้แต่บนทางด่วน

4. เทคโลโนยีใหม่ ที่น่าประทับใจ >>> ระบบไฟฟ้า แทนน้ำมันเชื้องเพลิง อย่างน้อยก็ลดเรื่องมลพิษ ระบบนำทางที่ดีขึ้น ก็ทำให้ไปถึงจุดหมายเร็วขึ้น ระบบเรดาร์ ช่วยหลบหลีก ลดการเกิดอุบัติเหตุ อย่างนี้เป็นต้น

รถยนต์ไร้คนขับ

5. สามารถอำนวยความสะดวก ต่อผู้สูงอายุ และผู้พิการได้อย่างมาก >>> น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหลายหลัก เพราะคนกลุ่มนี้ มีประสิทธิภาพ ในการช่วยเหลือเองได้น้อยลง การมีรถที่สามารถ พาไปที่ต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย ถือว่าตอบโจทย์อย่างยิ่ง

มีการคาดการณ์ว่า จะมีรถที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง 10 ล้านคันบนถนน ภายในปี 2020 แต่ปัจจุบันปี 2021 ยังไม่มีคนทั่วไป ซื้อมาใช้งานจริง ราคา ความเชื่อมั่น รถยนต์ไร้คนขับ ยังต้องรอการพิสูจน์ต่อไป