แนะนำรถออกทริป
แนะนำรถออกทริป 3 อันดับที่เหมาะ กับการนำไปออกทริป เดินทางไกล ๆ สายรักการท่องเที่ยว ต้องห้ามพลาด !

แนะนำรถออกทริป 3 อันดับออกทริป ขับได้แบบชิว ๆ ชมวิวแบบเพลินๆ

แนะนำรถออกทริป วันนี้เรานำ รถที่เหมาะกับ การเดินทางมาแนะนำ สำหรับคนชื่นชอบ การออกไปเดินทาง ท่องเที่ยวชมความสวยงาม ซึ่งวันนี้เราจะนำ รถมอเตอร์ไซค์ ที่เหมาะกับการนำไป ออกทริปหรือเดินทางค่ะ

รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน ซึ่งต้องบอกเลยว่า ในยุคนี้หลากหลายคน ชื่นชอบการออกไป ท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะโควิดที่ทำให้เรา ต้องอยู่บ้านกักตัว ไม่ได้ออกไปเที่ยว ไม่ได้ไปเจอ ความสวยงามของธรรมชาติ จึงทำให้หลายคน ชื่นชอบที่จะออกไปเที่ยว และไปเดินทาง เอาความทรงจำดี ๆ ในช่วงที่เมือง กลับมาเปิดแบบนี้ค่ะ และก็ต้องอย่าลืม ชุด ออก ท ริ ป มอ ไซ ค์ เพื่อความปลอดภัยนะคะ

แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์ แบบไหนที่จะเหมาะ สำหรับการนำไป ออกทริปหรือเดินทาง นั้นจะมีรุ่นไหนบ้าง ต้องไปติดตามกันเลยค่ะ

แนะนำรถออกทริป

รถมอเตอร์ไซค์ 3 อันดับ ที่เหมาะกับการนำไป ออก ท ริ ป มอ ไซ ค์ และเดินทาง !

  1. Kawasaki Versys 650 บอกเลยว่ารุ่นนี้ สามารถขี่ลุยได้ แบบไม่ต้องกลัวน้ำ กลัวดินกันเลยค่ะ หนึ่งในรุ่นที่ใคร อยากได้รถออกทริป จะต้องนึกถึงค่ะ อีกทั้งยังสามารถ เอาคนซ้อนได้ แบบสบายอย่างมาก สามารถขับขี่ ได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเรา จะนำไปใช้งานอย่างไรเป็น รถมอเตอร์ไซค์ เดินทาง ไกล ราคา ถูก โดยรุ่นนี้ราคา อยู่ที่ประมาณ 329,500 บาท
  2. Zero SR/S เป็นรถมอเตอร์ไซค์ ที่ใช้ไฟฟ้า บอกเลยว่าสะดวก และสบายมากค่ะ สำหรับคนที่กำลัง มองหารถออกทริป หรือจะนำรถ ออกไปเดินทาง ต้องขอแนะนำ รุ่นนี้เลยค่ะ เรียกได้ว่าเดินทาง หนึ่งครั้งคุ้มค่ามาก ๆ เพราะไม่ต้องใช้น้ำมัน ชาร์จหนึ่งครั้งเดินทาง ได้หลายชั่วโมงเลยค่ะ ซึ่งรุ่นนี้ราคา อยู่ที่ประมาณ 630,000 บาท
  3. Husqvarna Svartpilen 701 นี่เป็นอีกหนึ่งรุ่น มอ ไซ ค์ คลาสสิค ออก ท ริ ป ที่จะมองข้าม ไปไม่ได้เลย ดีต่อผู้ที่ชอบ นำรถมอเตอร์ไซค์ ไปออกทริปไกล ๆ เพราะว่ารุ่นนี้ เขาออกแบบมาให้ เข้ากับการซัพพอร์ต ข้อมือของเรา และรวมไปถึง แขนไหล่หน้าขา บอกเลยว่าขับ ไม่เมื่อยอย่างง่าย ๆ รับประกันค่ะ ซึ่งรุ่นนี้ราคา จะอยู่ที่ประมาณ 749,000 บาท

เรียบเรียงโดยคนซึน

มอไซค์แนววินเทจ
มอไซค์แนววินเทจ ที่เริ่มกลับมา เป็นกระแสอีกครั้ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ในช่วงไม่กี่ปีนี้

มอไซค์แนววินเทจ หากคุณเป็นอีกคน ที่หลงใหลใน สองล้อคลาสสิค คุณไม่ควรพลาด !!

มอไซค์แนววินเทจ ที่กลับมาฮิต กันทั่วบ้านทั่วเมือง ในปัจจุบัน ช่วยให้ตลาดรถสองล้อ ในประเทศไทย ไม่ย่อตัวไปมากกว่านี้ ตลาดรถจักรยานยนต์ ของไทยยังทรงตัว แม้ยอดขายจะลดลง ในไตรมาสที่ 2 ก่อนจะฟื้นตัวใน ช่วงไตรมาสที่ 3 และแน่นอนว่า ฮอนด้าเป็นผู้นำตลาด

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ ในประเทศไทย ลดลงกว่าครึ่งล้านหรือ 25% ของปริมาณ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ตลาดไม่คาดว่า จะเติบโตได้มากนัก และผลการดำเนินงาน ที่มั่นคงในปี 2565 ก็ถือว่ายอมรับได้ โดยเฉพาะกระแส ความสนใจของ มอไซค์แนววินเทจ

มอไซค์แนววินเทจ

มอไซค์แนววินเทจ Vespa LX 125 3Vie

สกู๊ตเตอร์สัญชาติอิตาลีชื่อ Vespa ในบรรดารถ เวสป้าหลายรุ่น เขาเป็นรุ่นที่ดู คลาสสิกที่สุด ไม่ต้องแปลกใจเพราะ Vespa LX รุ่นนี้เป็น รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิค ราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบกับ มอไซค์แนววินเทจ รุ่นอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติเหนือกว่า

Vespa lx 125 เป็นสกู๊ตเตอร์ที่ ดูดีมีระดับ ธีมการออกแบบ ประกอบด้วย ไฟหน้าทรงกลม แผงตัวถังโค้งมน และท่าทางที่เอนไป ด้านหน้าเล็กน้อย มันดูโฉบเฉี่ยว ด้วยสลักเกลียวและ คุณภาพของชิ้นส่วน ที่ค่อนข้างดี

มีคุณสมบัติหลัก อยู่หลายประการ ที่เป็นจุดเด่น อย่างแรกที่ด้านหน้าของ Vespa LX 125 ความประทับใจ แบบคลาสสิกนั้น ยังคงชัดเจนมาก พร้อมกับสัมผัส ที่ทันสมัยมากขึ้น บนตัวรถที่ ตกแต่งด้วยโครเมียม ความประทับใจ ในแบบคลาสสิก ที่โดดเด่นที่สุด มีให้เห็นในรุ่น Bulb ซึ่งเหมือนกับรุ่น Vespa รุ่นเก่าทุกประการ

ประการที่สอง มีช่องสำหรับ เก็บของขนาดใหญ่ ที่ด้านหน้ารถ คุณสามารถใส่ กระเป๋าสตางค์ สมาร์ทโฟน หรือของจากการช้อปปิ้ง ภายในตัวรถ มีช่องให้เสียบ USB ที่คุณสามารถ ใช้สำหรับชาร์จ สมาร์ทโฟนได้ด้วย

ด้วยการเพิ่มพื้นที่ สำหรับแขวนไว้ ส่วนท้ายของเบาะนั่งด้านหน้า การบรรทุกสิ่งของ เพิ่มเติมจำนวนมาก จะไม่ทำให้ ความสวยงามของ รถวินเทจคลาสสิค ขณะขับขี่เสียไป

ประการที่สาม มาตรวัดความเร็วรุ่นใหม่ แสดงพร้อมไฟ LCD เพื่อแสดงสถานะ และยังมีปุ่มโหมด ที่มีฟังก์ชัน ตั้งนาฬิกา ไฟแสดงการเดินทาง A – Trip B เป็นต้น

มอไซค์แนววินเทจ

Honda Super Cub มอไซค์คลาสสิค honda ขวัญใจชาวไทย

Super Cub ของฮอนด้าคือตำนาน เป็นรถมอเตอร์ไซต์ที่ ขายดีที่สุดในโลก โดยมีการผลิต และจำหน่ายมากกว่า 100 ล้านคัน ตั้งแต่ปี 1958 มันได้รับความนิยม อย่างมากในตอนนั้น และกลายเป็นรถ มอไซค์แนววินเทจ ที่ทุกคนอยากได้

ฮอนด้าเปิดตัว C125 ในปี 2018 แต่รุ่นที่แก้ไขนี้ ได้มาถึงเมื่อ ปลายปีที่แล้ว ด้วยเครื่องยนต์สเปก Euro5 ที่สะอาดกว่า และทรงพลังกว่า และการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ระบบกันสะเทือน ที่ดียิ่งขึ้น และเครื่องปั่นไฟ ที่ปรับปรุงใหม่ การอัปเดตที่ใหญ่ที่สุด คือการเพิ่มเบาะ สำหรับนั่งซ้อนท้าย

Honda Super Cub ถูกจัดให้เป็นมอเตอร์ไซค์ แทนที่จะเป็น แค่สกู๊ตเตอร์ ซึ่งนี่ถือว่า ยุติธรรมพอสมควร ด้วยล้อขนาด 17 นิ้ว ที่วางเท้ามอไซต์ (แทนที่จะเป็น แผ่นวางเท้าที่ พบในสกู๊ตเตอร์) เครื่องยนต์วางกลาง และตัวขับโซ่ทั้งหมดนั้น เป็นที่ชัดเจนว่า Honda ได้สานต่อสายเลือด Cub ด้วยรุ่นล่าสุด แทนที่จะเพียงแค่ ใส่สัมผัสย้อนยุค ในการออกแบบ ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

Super Cub ใช้กระปุกเกียร์ กึ่งอัตโนมัติ โดยคงความเป็น ต้นฉบับเอาไว้ แม้ว่าจะแตกต่างจาก C90 ตรงที่มีฟันเฟืองสี่ซี่ แทนที่จะเป็นสามซี่ โครงสไปน์และการ์ด ขาพลาสติกล้วน ได้รับแรงบันดาลใจ จากผู้ที่เดินทาง สัญจรไปมาเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว และคุณสามารถ เห็นสัมผัสเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมายเช่น โช้คหลังแบบหุ้ม โซ่ขับแบบปิด การออกแบบบังโคลน และถังเชื้อเพลิงใต้เบาะ

ไฟหน้าแบบกลม และไฟเบรกล้วนเป็น สิ่งที่บ่งบอก ถึงยุคทศวรรษ 1960 แต่มีหลอดไฟ LED และมีแผงหน้าปัด LCD ด้วย ซึ่งมีขนาดเล็ก และดูเรียบง่าย ติดตั้งอยู่ใน มาตรวัดความเร็ว ขนาดใหญ่และอ่านง่าย ทั้งหมดนี้เข้ากับ การออกแบบโดยรวม และมีประสิทธิภาพ มากกว่าของเดิม ในสมัยก่อน

มอไซค์แนววินเทจ

มอไซค์คลาสสิค Yamaha SR400 คลาสสิคแห่งอนาคต

หลายคนกล่าวว่า สิ่งเดียวที่คงที่ ในโลกนี้คือ การเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมรถ Yamaha SR400 ยังคงเหมือนเดิม ตั้งแต่ปี 1978? Yamaha มีประวัติที่ แข็งแกร่งและยาวนาน ของรถจักรยานยนต์ขนาด 400cc และ SR400 คันนี้เปรียบเสมือน การย้อนเวลากลับไป นั่นอาจเป็นสิ่งที่ดี หรือไม่ดีก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณ มองมันอย่างไร

SR400 เป็นพี่น้องที่ อายุน้อยกว่าของ SR500 เป็นแบบคิกสตาร์ททั่วไป สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของ มอไซค์แนววินเทจ คันนี้คือการ เก็บน้ำมันเครื่องไว้ในเฟรม เฟรมยังติดตั้ง ระบบระบายความร้อน

ทำให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้นในการ ไม่มีถังเก็บ น้ำมันภายนอก และประหยัดพื้นที่ นอกจากนี้ยัง อนุญาตให้เพิ่ม ระยะห่างจากพื้น ด้วยแรงบิด 28 NM ที่ 3000 รอบต่อนาที จักรยานยนต์จะมี ความเร็วสูงสุด 129 กม./ชม. และมีน้ำหนักที่ ‎175 กก. นี่คือสเปกที่ น่าประทับใจ สำหรับสูบเดียว

SR400 มาพร้อมขอบล้อ อะลูมิเนียม และล้อซี่ลวด มาตรวัดความเร็ว แอนะล็อกและ มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ พร้อมกรอบเหล็กที่เป็น เครื่องหมายการค้า

Speedo แสดงให้เห็น รายละเอียดต่าง ๆ เช่นไฟเลี้ยว ไฟเตือนน้ำมันใกล้หมด ไฟแสดงปัญหาเครื่องยนต์ ตำแหน่งเกียร์ และไฟสัญญาณ ไฟสูงของไฟหน้า

ฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ อีกอย่างหนึ่งของ Yamaha SR400 คือถ้าติดเครื่องยนต์ ทิ้งไว้ในเกียร์ว่าง เครื่องยนต์จะดับ โดยอัตโนมัติ หลังจากผ่านไป 20 นาที นอกจากนี้ ท่อไอเสียยังมี ชั้นเคลือบนาโนฟิล์ม เพื่อไม่ให้เกิดสนิม และยังมีเครื่อง ฟอกไอเสียแบบ 3 ทางแบบรังผึ้งอีกด้วย

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ ได้ที่นี่เท่านั้น

เรียบเรียงโดยคนซึน

หมวกกันน็อคอัจฉริยะ
หมวกกันน็อคอัจฉริยะ เต็มใบแบบเจ๋ง ๆ จากบริษัท Forcite ในออสเตรเลีย สู่ตลาดใหญ่ในอังกฤษ

หมวกกันน็อคอัจฉริยะ จากทวีปฝั่งออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สู่เกาะอังกฤษ!

หมวกกันน็อคอัจฉริยะ สำหรับในยุคนี้ ถือว่ามีออกมาหลากหลายแล้ว จนไม่ใช่เรื่องแปลก หรือน่าตื่นเต้นอะไรมากนัก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี มีกล้องในตัว หรือมีระบบ head-up display (HUD) เป็นระบบที่แสดงผล อยู่บนกระจกหมวก รวมถึงความปลอดภัย

Smart helmet อย่างแบรนด์ดัง Forcite จากออสเตรเลีย เป็นแบรนด์หนึ่งที่โด่งดัง และได้รับการยอมรับ ในตลาดนักแข่ง ไม่แพ้กับ หมวกกันน็อคอัจฉริยะ skully หรือ Cross Helmet X1 ราคา คุ้มค่าเลย ล่าสุดบริษัทก็ได้ตั้งใจ ปล่อยผลิตภัณฑ์ Forcite MK1 รุ่นอัปเดตออกมา!

สิ่งที่จะได้รับ ในแง่เทคโนโลยี จะมีทั้งหน้าจอ LED, สื่อสารผ่านระบบ Bluetooth, กล้องจับภาพพร้อมการ์ด SD ใช้สาย USB Type-C และจอแสดงผลแบบ Multifunction ไม่ว่าจะคุยโทรศัพท์ ฟังเพลง หรือใช้กล้องถ่ายรูป ก็สะดวกสบาย ไม่ต้องใช้การสัมผัสเลย

ด้านรูปลักษณ์ภายนอก วัสดุเคลือบด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ที่บังแดดภายใน มาพร้อมสีดำสวยงาม ให้ลุคสปอร์ตแบบสุด ๆ (ภายใต้มาตรฐาน ECE)

หลังจากที่เคยออกมาแล้ว ภายในประเทศออสเตรเลีย ครั้งนี้ก็มีการปรับปรุง และออกวางจำหน่าย ในฝั่งตลาดของอังกฤษ ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว ราคาขายในอังกฤษ อยู่ที่ประมาณ 31,907 บาทไทย

หมวกกันน็อคอัจฉริยะ

ติดตามเนื้อหาต่าง ๆ ที่เป็นการ แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ สำหรับสาย หมวกจักรยานอัจฉริยะ ก็มีเช่นกัน อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน

เรียบเรียงโดย M.Varin

รีวิว Royal
รีวิวRoyal เอาใจคนชอบรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิค รอยัลแอนด์ฟิว คลาสสิค 350 ดีไซน์เท่แรงได้ใจ

รีวิว Royal Enfield Classic 350 มอเตอร์ไซค์สุดคลาสสสิค ขี่ง่าย ขับสนุก ไม่สั่น

รีวิว Royal ก่อนที่เราจะไปพูดถึง RoyalEnfield Meteor 350 รีวิว ต้องยอมรับว่า ในปีนี้เป็นการร่วมเฉลิมฉลอง 120 ปี รอยัลแอนฟิลด์ และแน่นอนว่ากำลังเป็น กระแสบนแวดวงรถคลาสสิค ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึง รุ่นพี่ไปแล้วสำหรับ รอยัลแอนด์ฟิว Interceptor 650

แต่วันนี้เราขอพาทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับ รถคลาสสิคที่นอกจากจะเท่ ไม่แพ้รุ่นพี่แล้ว ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่ง มอเตอร์ไซค์ที่ จะสร้างความเท่ พร้อมด้วยสมรรถนะที่ ดีเยี่ยมอย่างแน่นอน

รีวิว Royal มาทำความรู้จัก รอยัลแอนด์ฟิว 350

รีวิว Royal

รีวิว Royal เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ ที่พัฒนามอเตอร์ไซค์คลาสสิค มาอย่างยาวนานสำหรับ รอยัลแอนด์ฟิว และในปีนี้เราจะเห็น มอเตอร์ไซค์คลาสสิค ที่ทางแบรนด์มุ่งเน้น ความทันสมัยเอาใจคนยุคใหม่

และแน่นอนว่า ใครที่ได้ลองขี่ royal enfield ทุกรุ่น ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือมอเตอร์ไซค์ คุณภาพดีระดับโลก ที่คุณไม่ควรพลาด และวันนี้เราขอ พาทุกท่านไป ทำความรู้จักกับอีกหนึ่ง รุ่นคลาสสิคที่คุณ ไม่ควรพลาดกับ Royal Enfield Classic 350 Pantip บอกเล่นว่าทั้งคุณภาพ และดีไซน์นั้น ยังคงตอกย้ำความเป็น รอยัลแอนด์ฟิวได้อย่างดี

และใครที่กำลัง ตามหามอเตอร์ไซค์คู่ใจ เราขอให้คุณ ได้ลองขี่รุ่นนี้ รับรองว่าคุณจะอยากได้ กลับไปไว้บ้านอย่างแน่นอน

ดีไซน์ย้อนยุคไปใน สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

รีวิว Royal

รีวิว Royal หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่หลงในเสน่ห์ความเท่ ของรถคลาสสิค โดยเฉพาะการทอด แบบรถในตำนาน และหากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่หลงเสน่ห์ความคลาสสิค แล้วละก็ต้องบอกว่า นี่เป็นรถโฉมใหม่ ที่ยังคงความคลาสสิค ไว้อย่างครบถ้วน

หากเราย้อนไป ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เราคงได้เห็นรถมอเตอร์ไซค์ รอยัลแอนด์ฟิว Model G2 ที่สร้างความฮือฮาได้ตอนนั้น อย่างถล่มทลาย และได้รับความนิยม ในหมู่คลาสสิค บอกเลยว่าสมัยนั้น มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ ในฝันของใครหลาย ๆ คน

ต่อมาในปี 2008 ใครที่เป็นแฟนรอยัล เอ็นฟีลด์ตัวยง คงจะได้เห็นรถคลาสสิค ในช่วงนั้นไม่ว่าจะเป็น 350 และ Classic 500 ที่ต้องบอกว่า เป็นรุ่นขายดี ที่สร้างชื่อให้กับ รอยัลแอนด์ฟิว และทำให้กระแส royal enfield มือสอง ถูกพูดถึงมากที่สุด ในขณะนั้น

และในปีนี้ เราจะยังได้พบกับ Royal 350 โฉมใหม่ ต้อนรับ 120 ปีของ รอยัลแอนด์ฟิว แม้ว่าจะยังคง ความเท่คลาสสิคแบบเดิม ๆ แต่เต็มไปด้วย ความเข้มเท่เดิม ๆ ตามสไตล์ รอยัลแอนด์ฟิว แต่มีการปรับปรุงใหม่ ให้เข้ากับคนยุคใหม่ บอกเลยว่าเป็น อีกหนึ่งรุ่นที่ คุณไม่ควรมองข้าม เพราะเจ้าของแบรนด์ เขายังคงคอนเซ็ปต์ การนำพามรดก ที่ตกทอดมายังรุ่นต่อ ๆ ไปแต่เพิ่มความพรีเมียม ให้มีระดับมากยิ่งขึ้น

และแน่นอนว่า ให้สมกับเป็นมอเตอร์ไซค์ แห่งการเฉลิมฉลอง 120 ปีโดยการรวมผู้เชี่ยวชาญ จากทั่วทุกมุมโลก มาสร้างสรรค์ให้ รอยัลแอนด์ฟิว 350 กลายเป็นมอเตอร์ไซค์คลาสสิค ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อให้ผู้ขี่ได้พบ ประสบการณ์ดี ๆ ที่ทาง รอยัลแอนด์ฟิว อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณ

ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัด ที่มีการเปลี่ยนจาก digi-analog ให้เป็นจอ LCD ที่ทันสมัยรวมถึง ยังเพิ่มจุดชาร์จ USB เพื่อเพิ่มความสะดวก ให้กับผู้ขับขี่ และต้องบอกว่า การปรับปรุงเทคโนโลยี ให้ทันสมัยขึ้น สามารถสร้างความสนใจ ให้หมู่วัยรุ่นยุคใหม่ ได้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

เครื่องยนต์ไม่แพ้ใคร เอาใจสายลุย

เชื่อว่ายังคงเป็น คำถามของใครหลาย ๆ คนว่า royalenfield ดีไหม ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า นี่คือมอเตอร์ไซค์ระดับโลก และเรียกว่าเป็นตำนาน รถคลาสสิคยืนหนึ่ง ระดับโลกอีกด้วย ในเรื่องของเครื่องยนต์ ก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะเราจะได้เห็น เครื่องยนต์ที่มีการปรับปรุงใหม่ ที่ใส่ลงมาใน 350 ใหม่กับเครื่องยนต์หนึ่งสูบ 349 ซีซี รวมถึงนักพัฒนาเครื่องยนต์ ยังใส่เครื่องระบายอากาศ ที่ทันสมัยระดับโลก เข้ามาอยู่ใน รุ่นนี้อีกด้วย

และยังคงความคลาสสิคด้วย เกียร์ธรรมดาห้าสปีด เพื่อเพิ่มความประทับใจ ทั้งการขี่ในเมืองและนอกเมือง เรียกว่าตอบโจทย์ ทุกการขับขี่ จนคุณยกให้เป็น รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจอย่างแน่นอน และความครบเครื่อง ทำให้คุณไม่ต้องสงสัย อีกต่อไปว่า royalenfield classic 350 ดีไหม เพราะคุณจะหลงรัก และใช้งานเป็นประจำ อย่างแน่นอนเลยล่ะ

ความรู้สึกหลังได้ลองขับขี่ เจ้าคันนี้ยอดเยี่ยมแค่ไหน

รีวิว Royal

เชื่อว่าหลายคน คงกำลังค้นหาข้อมูลและอ่าน RoyalEnfield Classic 350 รีวิว Pantip แต่จากประสบการณ์ ในการลองทดลองขับเจ้า รอยัลคลาสสิค 350 ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ด้วยความเร็วไม่แรงมากนักเพียง 90-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

ต้องบอกก่อนว่า นี่เป็นรถพลังหนึ่งสูบ ที่เหนือการคาดหมาย เพราะเมื่อได้ลองขี่ เราจะได้สัมผัส ความลื่นไหลนุ่มนวล เหมาะสำหรับคนที่ ชอบขับรถชมวิวชิล ๆ สไตล์สายคลาสสิค ไม่เหมาะกับคนที่ ชอบความแรงเร็วเ พราะความเร็วที่เหมาะกับเจ้า Royal 350 น่าจะเป็นช่วงความเร็ว ที่เหมาะกับตัวรถมากที่สุด หรือบิดแซงที่ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

และสำหรับใครที่ เคยเจอปัญหาจากรุ่นก่อน ในเรื่องของเครื่องสั่น ทางผู้ผลิตเอง ได้เล็งเห็นถึงปัญหา และปรับปรุงแก้ไข จนทำให้รุ่นนี้ อาการสั่นหายไป จนเรียกว่าหายไปจน ไม่เหลือความสั่น เลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ ยังสามารถทน ต่อแรงกระแทกได้ดี ให้คุณสามารถขับไปได้ ทุกพื้นที่ในประเทศไทยอีกด้วย ใครที่อยากได้ รถคลาสสิคสายลุย เราอยากให้คุณลองเลือกเจ้า Royal 350 รับรองว่าคุณจะชื่นชอบ และยกให้เป็น รถมอเตอร์ไซค์ ที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

สำหรับใครที่อยากตามหา รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน เราอยากให้คุณ ติดตามเว็บไซต์ของเรา เพราะเว็บไซต์ของเรา จะคอยอัปเดตรถดี ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นสายสปอร์ต สายคลาสสิคหรือสายทัวร์ริ่ง เราก็ขนรถดี ๆ มารีวิวแบบที่เรียกว่า หมดเปลือกอย่างแน่นอน

รวมถึงใครที่มีใจรัก ในมอเตอร์ไซค์ เราอยากบอกว่า นี่เป็นเว็บไซต์ที่ เหมาะกับคุณมากที่สุด เพราะนอกจากเรา จะนำรถมาดี ๆ แล้วเว็บไซต์ของเรายัง แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ ทั้งวิธีการดูแลรักษา ไปจนถึงเทคนิคการขับขี่ รับรองว่าคุณจะกลายเป็น ผู้เชี่ยวชาญและแฟนพันธ์ุแท้ มอเตอร์ไซค์อย่างแน่นอน

เรียกว่าใครที่กำลัง มองหารถเท่ ๆ ไปขับขี่บนท้องถนน ต้องไปหารอยัลแอนฟิลด์ คันนี้มาขี่เลยนะคะ เพราะเป็นรถที่ดีมากจริง ๆ เพราะนอกจากดีไซน์เท่แล้ว ยังยังมีสมรรถนะ ที่ทรงพลังเดินต้าน อีกด้วยนะคะ เรียกว่าถูกใจ คนชอบรถคลาสสิคแน่นอน

สามารถติดตาม เรื่องราวในวงการยานยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ : @UFA-X10

เรียบเรียงโดย : แมวเป้า

มารู้จักCBR250RR
มารู้จักCBR250RR Sport Bike ความคล่องตัวสูงขนาด 250cc รถที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ ในตัวเมืองที่ให้ฟีลแบบนักแข่ง MotoGP

มารู้จักCBR250RR สุดยอดรถสายแข่ง ที่ทำออกมาเพื่อคนทั่วไป

มารู้จักCBR250RR หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบ ในเรื่องของความเร็ว และการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ อีกยังเป็นสาวกของ ปีกนกยักษ์อย่าง Honda คุณก็ไม่ควรพลาด การป้ายยา ให้ซื้อรถคันนี้!!

กราบสวัสดีเพื่อน ๆ ผู้อ่านที่น่ารัก รวมไปถึงผู้อ่าน ที่สนใจในบทความอย่าง แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ ทุกคนเลยนะ และวันนี้ก็มาพบกับผู้บรรยาย ที่หลงรักและเป็น สาวกของทางค่ายปีกยักษ์ Honda อย่าง ComBic

และวันนี้เรา ในฐานะผู้บรรยาย ที่หลงใหลในรถซีรีส์ CBR ก็ได้มาเขียนหัวข้อ รถที่ตนเองชอบมากเสียที ในบทความนี้ อย่างที่ได้บอกไปว่า เราจะมาป้ายยา ให้กับคนที่ชอบความแรง แต่ไม่ใช่คนที่ชอบรถรุ่นใหญ่ เราขอแนะนำเจ้ารถคันนี้ HondaCBR250RR

ถ้าพร้อมสำหรับเนื้อหา มารู้จักCBR250RR และการป้ายยา งั้นก็ตามมากันเลยเจ้าค่ะ

มารู้จักCBR250RR กับข้อมูลที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ เจ้ารถสุดเจ๋งคันนี้

Honda CBR-250RR เป็นหนึ่งในรถของซีรีส์ CBR รุ่นใหม่ที่ทาง Honda ตั้งใจวางจำหน่าย ในช่วงปีที่ 2017 เป็นต้นมาหลังจากที่ ซีรีส์CBR ถูกวางขายล่าสุดในปี 2011

CBR-250RR คือหนึ่งในรถซีรีส์ใหม่ของ CBR ถือว่าเป็นรถ ที่มีค่าแรงบิดหรือ CC น้อยสุดถ้าเราไม่ได้นับรุ่นของ All New CBR-150R โดยที่ในปีของ 2016 – 2017 ที่ผ่านมาทาง Honda ได้ปล่อยรถรุ่นพี่ออกมา อย่างรถรุ่งของ CBR-1000RR

ที่บอกได้เลยว่าสวยงาม และดุดันที่ได้ออกมาโชว์ลวดลาย ในการแข่งขัน บนสนามของ Moto GP ทำให้เป็นเสียฮือฮา ถึงความสวยงามของเจ้ารุ่นนี้ โดยต่อมาทางฮอนด้า ก็ได้พัฒนาและรีโฉมของรุ่น ถัดลงมาด้วย

อย่ารุ่นที่โดยพัฒนาลงมาก็จะมี CBR-650R > CBR-600RR > CBR-300R และท้ายสุดแทนที่จะเป็น รุ่นCBR250R แต่เขากลับทำสิ่งที่ไม่คาดฝัน นั้นคือการออกรุ่น ของคลาสรถเล็กอย่าง 250 cc ให้ออกมาเป็นรถคลาส RR ที่ย่อมาจาก Racing Replica

นั้นเลยทำให้รถรุ่นนี้ ออกมาเป็นรถที่มีรหัสว่า CBR-250RR หลายคนอาจจะสงสัย ว่ารถคลาสย่อว่า RR หรือคลาส Racing Replica นี้คืออะไรตัวย่อนี้ ไม่ได้มีย่อไว้เอาเท่นะ แต่มีเอาไว้บ่งบอกว่า เจ้ารถรุ่นนี้ คือรถสายสปอร์ต อย่างแท้จริงค่ะ

เพราะรถคลาสของ RR จะต้องมี 3 ปัจจัยหลักดังนี้

1 น้ำหนักเบา วัสดุในการทำ ส่วนของสวิงอาร์ม จะถูกเปลี่ยนจากเหล็ก เป็นอะลูมิเนียมแทน จะทำให้มีน้ำหนักที่เบา สามารถควบคุมง่าย ตัวแฟริ่งของรถ มีรูปแบบการถักทอ ทำให้เกิดสมดุลระหว่างขี่ และช่องผ่านผมที่ทำให้รถ ยึดติดท้องถนน และลดแรงเสียดทาน ของแรงลมได้

2 ขุมพลังที่แรงกว่า ตัวของเครื่องแม้ว่า จะอยู่ในคลาสของ 250cc แต่ตัวเครื่องของรถรุ่นนี้ ก็ออกแบบมาใหม่ เพื่อให้มีการถ่ายเทแรงได้ดี ทำให้การออกตัวแรง และรวดเร็ว อีกตัวรถยังมาพร้อม การปรับโหมดการขับ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ในการใช้งาน

3 ล้ำสมัย ด้วยมอเตอร์ของรถ หัวใจหลักในการเร่งเครื่อง ถูกออกแบบมา ให้เป็นแบบเร่งด้วยไฟฟ้า ทำให้อัตราการออกตัวรุนแรง ผสานเข้ากับการทำงาน ของเซนเซอร์ APS ที่ส่งข้อมูลผ่าน ECU ทำให้ทุกครั้งที่บิด จะส่งถึงพลังของตัวรถ

โดยรวมแล้วเจ้ารถรุ่นของ CBR-250RR 2017 เมื่อเทียบกับรุ่นของ CBR-250R 2011 ทำให้เห็นถึงความแตกต่าง แบบเหนือชั้น หรือจะกล่าวได้ว่ารถ รุ่นคลาส250 ไม่มีคันไหนเลยที่กล้าวิ่ง ได้เร็วเทียบเท่ารุ่น 250RR คันนี้ค่ะ

มารู้จักCBR250RR

สเปคของ CBR250RR มีอะไรบ้าง ?

รถชื่อรุ่น : Honda CBR 250 RR Racing Replica

ประเทศที่ผลิต : ในประเทศญี่ปุ่น Ozu และ Kumamoto และอินโดนีเซีย West Java และ Karawang

รถอยู่ในคลาส : Sport bike หรือ Racing bike

สเปคเครื่องยนต์ : 250 CC (จริง ๆ คือ 249.7cc) DOHC 4 จังหวะ

ความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ : 179 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือสามารถวิ่งได้ทั้งหมด 111 ไมล์

จำนวนของเกียร์ : อัตราเร่งพร้อมเร็วของเกียร์ 6 สปีด

วัสดุเฟรมตัวรถ : โครงเหล็กแท้คุณภาพสูง

เบรกตัวรถแบบมาตรฐาน : เบรกหน้ารถเป็นแบบ คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ (Calipers 2p) เบรกหลังเป็นแบบ คาลิปเปอร์ 1 ลูกสูบ (Calipers 1p)

ยางของตัวรถ : ล้อหน้าเป็นยางแบบ 110 / 70-17 54S ล้อหลังแบบ 140 / 70-17 66S

ขนาดตัวรถ : รถมีความยาว 2.06 เมตรมีความกว้าง 0.724 เมตรและมีความสูงที่ 1.09เมตร ความสูงที่นั่ง 0.79 เมตร

ความจุของถังน้ำมัน : สามารถจุน้ำมันได้ทั้งหมด 14.5 ลิตรและสามารถวิ่งได้ เฉลี่ยแล้วที่ประมาณ 24 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตรโดยใช้ความเร็วรวมที่ 68 – 56

มารู้จักCBR250RR

คุณคิดว่า CBR250RR ควรค่าแก่การซื้อหรือไม่?

สำหรับเราผู้เขียนคิดว่า รถคันนี้เป็นรถแนวสปอร์ต ซึ่งสามารถทำรอดความเร็วได้สูง อีกทั้งยังสามารถใช้งาน ในโหมดการขับขี่แบบเมือง (City Mode) ทำให้ตัวรถสามารถใช้งาน บทท้องถนนปกติได้ สำหรับเรารถที่เป็นคลาส RR

ที่มีกำลังเครื่องไม่แรงมาก และราคาก็ไม่สูงมาก ก็เหมาะที่จะเป็นรถคู่ใจ ในการเดินทางสำหรับสายที่ชอบความเร็ว แต่ไม่ต้องการรถที่มี cc ที่สูงเกินไปค่ะ

บทส่งท้ายเจ้ารถสุดเจ๋งอย่าง รถCBR-250RR

ก็มาถึงหัวข้อสุดท้ายของ มารู้จักCBR250RR กันแล้วนะเพื่อน ๆ ผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไร กับเจ้ารถตัวนี้บ้าง สำหรับผู้เขียนเป็นคนที่ชอบ รถในซีรีส์ CBR เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเรียกได้ว่าปลื้มสุด ๆ กับข่าวการเปิดตัวตั้งแต่ปี 2017 และตั้งใจว่าจะมี จอดไว้ในโรงรถสักคันให้ได้

มารู้จักCBR250RR

ก็จบไปแล้วนะคะ สำหรับหัวข้ออย่าง มารู้จักCBR250RR ของเราเป็นอย่างไรบ้างชอบกันหรือเปล่า ถ้าเพื่อนผู้อ่านสนใจ และอยากติดตามเนื้อหา และสาระแบบนี้ก็สามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ของเราได้เลยนะ รับรองว่ามีข้อมูลเจ๋ง ๆ แบบนี้อีกเพียบเลยค่ะ

ยกตัวอย่างเช่นบทความที่น่าสนใจดังนี้ ยานยนต์ไร้คนขับ

ท้ายนี้ หวังว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ นะแล้วไว้พบกันในบทความหน้า กับเพื่อนคู่ใจของคุณอย่าง ComBic ผู้สนใจในเรื่องของรถ กราบสวัสดีค่ะ

เขียนโดย ComBic.III

รถจักรยานยนต์
รถจักรยานยนต์ 10 อันดับรถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ในปี 2022

รถจักรยานยนต์ 10 อันดับรถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุด สำหรับมือใหม่ในปี 2022

รถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์เหล่านี้ เหมาะอย่างยิ่ง หากคุณเพิ่งเริ่มขี่ในปี 2022 มอเตอร์ไซค์ให้ประสบการณ์กลางแจ้ง และสามารถ ขับด้วยความเร็วสูงได้ เนื่องจากบางรุ่น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่ารถยนต์ ไม่เหมือนกัน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แต่จักรยานยนต์ดังกล่าว อาจมีขนาดใหญ่ และหนักเกินไป สำหรับมือใหม่

รถจักรยานยนต์ ภาษาอังกฤษ Motorcycle แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ การวิจัยพบว่า ซากรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับผู้ขับขี่ใหม่ ภายใน 2-3 เดือนแรกของพวกเขา ที่ขี่บนท้องถนน ซึ่งมีเครื่องที่ใหญ่เกิน ไปเมื่อเทียบกับทักษะของพวกเขา

ดังนั้นจึงควรเลือกใช้จักรยานยนต์ขนาดเล็ก ที่ควบคุมได้ง่าย และลดข้อผิดพลาด ด้วยการควบคุมที่ละเอียด นี่เป็นเพราะว่ามอเตอร์ไซค์ ขาดคุณสมบัติด้านความปลอดภัย ที่พบในรถยนต์ เช่น ถุงลมนิรภัย บริเวณที่บุบสลาย และเกราะป้องกัน

รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ คุณต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ

เช่น แรงม้า ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง คุณลักษณะของเบรก และเทคโนโลยี ผู้ขับขี่สามารถฝึกฝนทักษะของตน ให้สมบูรณ์แบบ ด้วยรถที่มีกำลังน้อยก่อน ที่จะก้าวขึ้นสู่มอเตอร์ไซค์ ที่ทรงพลังและหนักกว่า จักรยานยนต์สำหรับผู้เริ่มต้นที่ดีที่สุดนั้น เบาและมีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก 10 อันดับรถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุด สำหรับมือใหม่ในปี 2022

รถจักรยานยนต์

10.ฮอนด้า รีเบล 500

รถจักรยานยนต์ผู้หญิง ขับได้ นับตั้งแต่เปิดตัวในช่วงกลางทศวรรษ 1980 Honda Rebel เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับมือใหม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆนี้ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ในฐานะหนึ่งในจักรยานครุยเซอร์ที่ดีที่สุด ที่กระตุ้นให้ Big Red เปิดตัว Rebel 300, 500 และ 1100 รุ่นใหม่ ตัวแปรครึ่งลิตรและ Rebel 300 มีขนาดเล็กพอ ที่จะต้อนรับผู้ขับขี่ใหม่

ตำแหน่งเบาะนั่งต่ำของ Rebel และการออกแบบตามหลักที่หลากหลาย รองรับทั้งคนขับที่เตี้ยและสูง มีเกียร์ 6 สปีดที่นุ่มนวลเป็นพิเศษ และน้ำหนักเบาเพียง 421 ปอนด์ ฮอนด้ายังมีอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ที่ชาร์จ USB กระจกหน้ารถ และอื่นๆ สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการปรับแต่งรถ

9.ฮอนด้า CB500X

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า CB500X เป็นบิ๊กไบค์เอนกประสงค์ พร้อมแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ง่าย สำหรับมือใหม่ ที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์ ในการขับขี่ ยางอเนกประสงค์ และระบบกันสะเทือน สำหรับการเดินทางระยะไกล ทำให้จักรยานยนต์ พร้อมสำหรับการขับขี่บนถนนลูกรัง และเส้นทางแสง CB500X ใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อน ด้วยของเหลว 491cc แบบเดียวกับที่พบใน Rebel 500

การอัพเกรดใหม่ในรุ่น 2022 รวมถึงการลดน้ำหนัก 5 ปอนด์เป็น 439 ปอนด์ ดิสก์เบรกคู่ และตะเกียบหน้าแบบกลับหัว เบาะนั่งสูง 32.8 นิ้ว เหมาะสำหรับนักขี่ที่หลากหลาย และคุณสามารถเลือกสีเขียว หรือสีดำมุกออร์แกนิกได้

8.คาวาซากิ นินจา 400

นักบิดที่มีประสบการณ์ จะยอมรับว่าสมรรถนะของ Ninja 400 นั้นเหนือกว่าชื่อเล่น “ระดับเริ่มต้น” มันทำให้ฝากระโปรงรถ หลุดออกจากจักรยานยนต์มือใหม่ ได้อย่างง่ายดาย ด้วยเครื่องยนต์สูบคู่ 399cc ที่มีกำลัง 44 แรงม้า ด้วยป้ายราคา 5,000 ดอลลาร์ Ninja 400 จึงเป็นสินค้าที่ดีที่สุดในหมวดนี้

Ninja 400 สืบทอดตำแหน่งต่อจากรุ่น 300 และมาพร้อมกับสไตล์ที่ดีขึ้น และน้ำหนักที่ลดลง การอัพเกรดอื่นๆ ได้แก่ เบรกที่ดีขึ้น เฟรมที่สั้นลง โช้คหน้าที่มีเนื้อมากขึ้น และสวิงอาร์มที่ยาวขึ้น KRT (Kawasaki Racing Team) Ninja 400 แบบลิมิเต็ด ในชุดเครื่องแบบการแข่งขัน จะมีวางจำหน่ายในปี 2022

รถจักรยานยนต์

7.ยามาฮ่า เอสอาร์400

Yamaha SR400 คันนี้ ยังคงเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักขี่หน้าใหม่ในกลุ่ม รถจักรยานยนต์ มือใหม่ตั้งแต่ปี 1978 รุ่นล่าสุดยังคงมีสไตล์ย้อนยุคที่มีมาตั้งแต่ปี 70 ในบรรดาคุณสมบัติสุดเจ๋ง คือการเริ่มต้นที่ไม่เหมือนใคร แทนที่ปุ่มสตาร์ทแบบปกติ ในมอเตอร์ไซค์สมัยใหม่

6.KTM 390 Adventure

เช่นเดียวกับ BMW G310S KTM ได้รับคุณสมบัติ จากมอเตอร์ไซค์ที่ทรงพลังกว่า และติดตั้งเข้ากับเฟรม ที่เป็นมิตรกับผู้เริ่มต้น ทำให้ KTM390 สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น สำหรับมือใหม่ มีสไตล์และเครื่องยนต์ 373cc ร่วมกับ Duke 390

390 Adventure คันนี้เป็น รถจักรยานยนต์ ระดับเริ่มต้น สำหรับการผจญภัย ด้วยคุณสมบัติป้องกันการชน และระบบกันสะเทือน สำหรับผู้ขับขี่ที่มีความหลงใหล ในการขับขี่แบบออฟโรด หนักไปหน่อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่มาพร้อมกับคุณสมบัติ ที่คุณมักพบในจักรยานยนต์ ที่มีสเปคสูง เช่น โหมดการขับขี่ต่างๆ ระบบป้องกันไถลขณะเข้าโค้ง และระบบควบคุมการยึดเกาะถนน

5.ฮอนด้า CB300R

นี่คือจักรยานยนต์ที่เล็กที่สุด ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Neo-Sports Café ของ Honda ที่มีให้เลือกสองสี ได้แก่ สีเทาด้านเมทัลลิก และสีแดงแคนดี้โครโมสเฟียร์ เครื่องยนต์ 286cc สูบเดียวระบายความร้อน ด้วยของเหลวคล่องตัว และเป็นมิตรกับเชื้อเพลิง ให้ความสนุกสนานบนท้องถนน

4.BMW G 310 GS

ในปี 1980 บีเอ็มดับเบิลยู ได้สร้างจักรยานยนต์แนวแอดเวนเจอร์สมัยใหม่ ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายเป็นครั้งแรก นั่นคือ R80 GS อันทรงพลัง ตลอดหลายทศวรรษต่อมา รุ่นGelände-Straße ของแบรนด์บาวาเรีย ได้กลายเป็นจักรยานยนต์ผจญภัย ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แบรนด์สัญชาติเยอรมันได้ทำรุ่น GS ที่ใหญ่ขึ้นในเวอร์ชันขนาดเล็ก เพื่อดึงดูดนักบิดหน้าใหม่เข้าสู่เกม

G310 GS บรรจุเครื่องยนต์ 313cc สูบเดียวที่สามารถขับบนทางหลวงและออฟโรดได้ สไตล์การพลิกคว่ำของรถมีที่บรรทุกสัมภาระ, ABS, คันโยกแบบปรับได้ และแบบคันต่อสาย น้ำหนัก 386 ปอนด์ และมีความสูงของเบาะที่เอื้อมถึง 32.8 นิ้ว ทำให้ BMW สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ขับขี่ใหม่

รถจักรยานยนต์

3.ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สตรีท 500

จักรยาน Harley Davidson เป็นหนึ่งในจักรยานครุยเซอร์ ที่ดีที่สุดในโลกสมัยใหม่และ Street 500 เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้เริ่มต้น น้ำหนักเบา (500 ปอนด์) และมีเบาะนั่งแบบเตี้ยสูง 25 นิ้วเพื่อช่วยให้คุณฝึกฝนทักษะและความมั่นใจในฐานะมือใหม่

สำหรับการจัดเก็บเพิ่มเติมในระยะทางไกล จักรยานมีตัวเลือกสำหรับการปรับแต่งด้วย แฟริ่งด้านหน้าด้านนอก รถจักรยานยนต์ ให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมด้วย เครื่องยนต์ V-twin 494cc ระบายความร้อนด้วยของเหลว น่าเสียดายที่โรงงานของ Harley-Davidson หยุดการผลิต Street 500 ในปี 2020โดยอ้างว่ามุ่งเน้นไปที่เรือลาดตระเวนขนาดใหญ่

2.ยามาฮ่า วายซีเอฟ อาร์3

Yamaha ทำให้ R3 เป็น 300 ที่ดุเดือดที่สุดบนท้องถนน ด้วยรูปลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก MotoGP ใหม่ทั้งหมด ตัวถังที่โฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงมอเตอร์ไซค์แข่งระดับแชมป์ของ Valentino Rossi ไฟหน้า LED คู่ที่ดุดันตอกย้ำ DNA R-series ของ Yamaha

R3 ให้การขับขี่ที่สนุกสนาน ในขณะที่ยังคงความเร็วบนทางหลวงที่ดี ด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบแถวเรียง 321cc. เพื่อให้ได้แรงบิดสูงสุด ยามาฮ่าจึงติดตั้งวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ R3 นั้นสะดวกสบาย ในการล่องเรือในระยะทางไกล เนื่องจากโครงเหล็กแบบเพชร มีตำแหน่งการขี่ตั้งตรง และความสูงเบาะ 30.7 นิ้ว

1.ซูซูกิ GSX250R

กลุ่มผลิตภัณฑ์ GSXR อยู่ในแวดวง รถจักรยานยนต์ มาตั้งแต่ปี 1980 เมื่อพวกเขาเริ่มต้นด้วยรุ่น Katana ตั้งแต่นั้นมาก็มีวิวัฒนาการมาหลายปี แต่ซูซูกิเสนอเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ – 600cc ขึ้นไปเท่านั้น พวกเขาได้เริ่มผลิตจักรยานยนต์ระดับเริ่มต้น สำหรับผู้เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์ 250cc.

GSX250R มีความสูงเบาะกาแฟ 31 นิ้ว และมีแฟริ่ง และกระจกบังลมแบบเต็ม เพื่อป้องกันลม สไตล์การขี่เอนไปข้างหน้านั้น เลียนแบบรถสปอร์ตไบค์ แบบดิสเพลสเมนต์ขนาดใหญ่ จักรยานไม่มีระบบเบรกป้องกันล้อล็อก แต่ระบบคาลิปเปอร์คู่ ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่ยอดเยี่ยม

 

สามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน ได้ที่ : @UFA-X10


เรียบเรียง BOMEBAMB

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ
ความรู้รอบตัวแจ่มๆ มาทำความรู้จักกับเกียร์ของรถมอเตอร์ไซค์ ว่ามีกี่ประเภทที่เราต้องรู้ และแบบไหนที่เหมาะกับคุณ ?

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ เรื่องราวเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ ที่ทางเว็บอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้เอาไว้ ว่ามันมีประโยชน์และการใช้งานอย่างไรบ้าง ?

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ รถมอเตอร์ไซค์ คือ ตัวเลือกหนึ่งในการขับขี่ของคนเรา ในหลาย ๆ พื้นที่การขับขี่รถประเภทนี้ ถือว่าเหมาะสมกว่าการขับขี่รถยนต์ เพราะด้วยขนาดที่เล็กกว่ารถยนต์ ซึ่งง่ายต่อการขับขี่ และการหาที่จอด รวมถึงหากอยู่ในพื้นที่ ที่มีรถติดอยู่เสมอ

รถประเภทนี้ตอบโจทย์ สำหรับช่วงเวลาที่เร่งรีบได้ดีเลยทีเดียว ดังนั้น รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน ในครั้งนี้ทางเว็บจะ แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ ให้ทุกคนได้รู้จักรถชนิดนี้กันมากยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา เมื่อคุณกำลังตัดสินใจว่า จะซื้อเกียร์มอเตอร์ไซค์ประเภทใด ? การพิจารณาสิ่งแรก ที่คุณต้องการจะใช้รถจักรยานยนต์ของคุณเป็นสิ่งสำคัญ อย่างเช่นถ้าคุณจะขี่ในสภาพแวดล้อมออฟโรด หรือบนทางหลวง ?

คุณจะเดินทางไปทำงาน หรือไปเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์? เหล่านี้เป็นต้น หรือเมื่อคุณซื้อเกียร์สำหรับรถจักรยานยนต์ มีบางสิ่งที่คุณควรพิจารณา อันดับแรกคือคุณต้องตัดสินใจว่า จะซื้อรถจักรยานยนต์ประเภทใดก่อน รถจักรยานยนต์มีสามประเภทสามารถแบ่งได้คือ แบบท้องถนน แบบดูอัลสปอร์ต และแบบทัวริ่ง

รถจักรยานยนต์แต่ละประเภท มีความต้องการที่แตกต่างกันในเรื่องเกียร์ หากคุณกำลังจะซื้อมอเตอร์ไซค์สำหรับใช้งานบนถนน คุณจะต้องมีเกียร์ที่ออกแบบมาสำหรับ การใช้งานบนทางวิบาก ซึ่งหมายความว่า คุณจะต้องมีเกียร์ที่สามารถใช้งานบนถนนที่ขรุขระ และเกียร์ที่สะดวกสบาย สำหรับระยะทางไกล

สำหรับรถจักรยานยนต์แบบสปอร์ตคู่ คุณจะต้องมีเกียร์ ที่ออกแบบมาสำหรับ การใช้งานทั้งแบบออฟโรดและแบบออนโรด ซึ่งหมายความว่า คุณไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์มากนัก และคุณจะสามารถผสมผสาน และจับคู่อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของคุณได้

สำหรับมอเตอร์ไซค์ทัวริ่ง คุณจะต้องมีเกียร์ที่ออกแบบมา สำหรับการเดินทางระยะไกล ซึ่งหมายความว่า คุณจะต้องใช้เกียร์ที่สะดวกสบาย และเกียร์ที่สามารถรองรับงานหนักได้ นั่นเองค่ะ

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ กับระเภทของเกียร์รถมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะกับคุณ ?

ความรู้รอบตัว ที่สุดในโลก สำหรับคนใช้งานมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ๆ อาจจะคุ้นเคยกับเกียร์แบบอัตโนมัติกันมากกว่า เพราะรถขนาดกลางจนถึงขนาดเล็ก จะมีการพัฒนาให้เป็นเกียร์อัตโนมัติ เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ในความจริงแล้ว เกียร์ของรถมอเตอร์ไซค์ ว่ามีกี่ประเภท หลัก ๆ เลยจะมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ เกียร์อัตโนมัติ ที่เราเห็นได้ทั่วไปในรถรุ่นใหม่ ๆ นั้นเอง ซึ่งใช้ ระบบ Continuously Variable Transmission

หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าระบบซีทีวี นั้นเอง และเกียร์แบบที่เราต้องใส่เกียร์เองอยู่ ซึ่งในปัจจุบันยังมีรถหลายรุ่น ที่ยังใช้เกียร์เช่นนี้อยู่ เนื่องจากยังคงได้รับความนิยม แต่ก็มีการพัฒนาส่วนอื่น ๆ ของรถให้มีความทันสมัยมากขึ้น อย่างเช่นระบบหัวฉีดของรถเป็นต้น ระบบส่งกำลังแบบแปรผันอย่างต่อเนื่องหรือ CVT เป็นเกียร์อัตโนมัติประเภทหนึ่ง ที่ใช้ระบบเกียร์เปลี่ยนอัตราทดเกียร์ CVT ได้รับการออกแบบมา

เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และลดการปล่อยมลพิษ ซีทีวีมีข้อดีเหนือระบบเกียร์อัตโนมัติประเภทอื่น ๆ หลายประการ ข้อดีอย่างหนึ่งของ CVT คือสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพ การใช้เชื้อเพลิงได้ ซีทีวีเปลี่ยนอัตราทดเกียร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้รถใช้เชื้อเพลิงน้อยลง นอกจากนี้ซีทีวี ยังสามารถลดการปล่อยมลพิษได้ ด้วยการเปลี่ยนเกียร์เร็วขึ้น ข้อดีอีกอย่างของระบบนี้คือขับง่ายกว่า

ซีทีวี ให้คุณควบคุมอัตราทดเกียร์ ซึ่งทำให้ขับง่ายขึ้น ซีทีวียังมีความล่าช้าน้อยกว่าเกียร์อัตโนมัติประเภทอื่น ข้อเสียประการหนึ่งคือ ระบบซีทีวีต้องการให้คุณเปลี่ยนเกียร์บ่อยขึ้น ซึ่งอาจเรียนรู้ได้ยาก และระบบนี้อาจมีราคา ที่แพงกว่าเกียร์อัตโนมัติประเภทอื่น

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ

โดยรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป แบบที่ต้องใส่เกียร์เองนั้น มีแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ แบบใช้คลัตช์ รถที่จะมีคลัตช์มืออยู่ทางฝั่งซ้าย เมื่อต้องการเปลี่ยนเกียร์ หรือใส่เกียร์ จะต้องกำคลัตช์ และเมื่อจะออกตัวต้องค่อย ๆ ปล่อยไปพร้อมกับการเร่งเครื่องนั้นเอง ในระหว่างที่รถจอดติดไฟแดง จะต้องกำคลัตซ์เอาไว้ เพื่อไม่ให้รถดับ นิยมอย่างมากในกลุ่มของรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ รวมถึงขนาดกลางบางยี่ห้อและบางรุ่น

ส่วนอีกแบบก็คือ แบบไม่ใช้คลัตช์ หรือที่เรียกว่า คลัตช์เปียก โดยรถมอเตอร์ไซค์ ที่มีคลัตช์แบบนี้จริง ๆ แล้วหลายคนอาจจะเข้าใจว่า มันไม่มีคลัตช์แต่คลัตช์นั้นอยู่ในชุดเกียร์ แช่อยู่ในน้ำมันเกียร์ จึงไม่มีการติดตั้งคลัตช์มือขึ้นมา ให้ใช้งานนั้นเอง ทำให้รถสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เลย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคลัตช์ หรือกลัวรถจะดับกลางทางนั่นเองค่ะ

ความรู้รอบตัว 2565 รวมเรื่องราวที่ควรรู้ ? สำหรับคนใช้งานรถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ สำหรับในส่วนของ ความรู้รอบตัวง่ายๆ รวมถึง ความรู้รอบตัวที่น่าสนใจ ทางเว็บก็ได้รวบรวมเรื่องราวน่ารู้ เกี่ยวกับการใช้งาน รถมอเตอร์ไซค์ มาให้ทุกคนกัน ซึ่งจะมีเรื่องราวอะไรกันบ้าง ลองมาดูพร้อม ๆ กันเลย

ความรู้รอบตัวง่ายๆ

  • การซ่อมบำรุง

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ รถมอเตอร์ไซค์ก็เป็นรถใช้งาน ที่มีการกำหนดระยะการใช้งานเอาไว้ เช่นเดียวกับรถยนต์ ดังนั้นการซ่อมบำรุง หรือการดูแลเช็คตามระยะ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้งาน ไม่ควรขาดตกบกพร่องอย่างเด็ดขาด ควรเลือกนำรถเข้าศูนย์ของยี่ห้อรถ

เพราะจะมีช่างที่มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญในการดูแลรถให้เราอยู่เสมอ แทนการเอารถเข้าตามร้านทั่วไป เพราะเราไม่รู้เลยว่าร้านเหล่านั้น มีความเชี่ยวชาญแค่ไหนนั้นเอง ยอมจ่ายแพงขึ้นมาเล็กน้อย แต่รถของเรานั้น จะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่านั้นเอง

  • การดูแลหม้อน้ำรถ

รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ๆ มีระบบหม้อน้ำอยู่ภายใน และมีการใส่ Coolant หรือที่เรียกกันว่า น้ำยาหล่อเย็นเอาไว้นั้นเอง เมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานานแล้ว ในหม้อน้ำจะเกิดความสกปรก และแน่นอนว่าน้ำยาหล่อเย็น ก็จะเริ่มหมดไป ดังนั้นหากเราไม่ดูแลในส่วนนี้ด้วย ไม่ใช่ใช้งานเพียงอย่างเดียว

อาจจะเกิดปัญหาเครื่องรถน็อค หรือมีปัญหาเรื่องความร้อนได้ง่าย ๆ นั้นเอง ดังนั้นเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ เมื่อใช้รถไปแล้วระยะหนึ่ง ก็ควรที่จะนำรถของเรา ไปตรวจเช็คหม้อน้ำด้วยนั้นเอง

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ

  • วาล์วรถ

หากรถมอเตอร์ไซค์ของคุณ เริ่มกินน้ำมันมากขึ้น หรือการเร่งเครื่องไม่ค่อยแรง หรือไม่เป็นไปอย่างที่เคยใช้งาน ให้รู้ไว้เลยว่า วาล์วรถของคุณเริ่มมีปัญหาแล้ว เพราะวาล์วรถจากโรงงาน เมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานาน มันถูกความร้อนอยู่เสมอ โอกาสที่จะผิดเพี้ยนหรือเสียหาย ก็เกิดขึ้นมาได้ และอาการที่เราบอกไปนั้นคือ อาการที่เกี่ยวกับวาล์วรถ ที่คุณจะต้องเริ่มดูแลกันแล้วนั้นเอง

  • โช๊ค

รถมอเตอร์ไซค์จะมีโช๊คคู่หน้าและคู่หลัง เพื่อรับน้ำหนักของรถ และคนซ้อนนั้นเองค่ะ เมื่อเราใช้งานไปนาน ๆ แล้วแต่ไม่เคยดูแลโช๊คเลย มันก็จะเสื่อมสภาพตามการใช้งาน อีกทั้งโช๊คเป็นส่วน ที่ทำให้ให้รถทรงตัวได้ดีขึ้น หากโช๊คเสื่อมก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

ดังนั้นเมื่อถึงเวลาก็ควรที่จะเปลี่ยน เพราะมันมีความจำเป็น หากเป็นรถขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สามารถให้ร้านทั่วไปเปลี่ยนให้ได้เลย แต่หากเป็นรถขนาดใหญ่ แนะนำว่าให้ช่างตามศูนย์ จัดการเปลี่ยนให้จะดีกว่า

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ

และทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ มอเตอร์ไซค์และ ความรู้รอบตัว 2564 ที่ทางเว็บอยากให้ทุกคนได้รู้เอาไว้ ไม่ว่ารถอะไรก็ตาม เมื่อเราใช้งานแล้ว ก็ต้องมีการดูแลซ่อมแซมและบำรุง ไม่ใช่นั้นความเสียหายก็จะเกิดขึ้นเสมอ ทำให้เสียเงินมากขึ้น กว่าการดูแลในระยะที่เหมาะสมอย่างแน่นอน

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ บทความความรู้รอบตัว ที่ทางเรารวบรวมมาไว้ให้ทุกคน ได้เข้าถึงในครั้งนี้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมาก สำหรับคนที่นิยมการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์อย่างแน่นอน ดังนั้นสำหรับใครที่ใช้งานอย่างเดียว แต่ยังไม่เคยดูแลรถกันเลย เราแนะนำว่าให้เริ่มต้นการดูแลกันได้แล้ว เพราะหากนานเกินไป อาจจะดูแลไม่ทัน และต้องเสียเงินมากยิ่งขึ้นไปอีก ก็ได้นั้นเองค่ะ

พบกับบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่ @UFA-X10

นำเสนอบทความ โดย สายรุ้ง

มอเตอร์ไซค์ yamaha
มอเตอร์ไซค์ yamaha ราคา สเปค มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ในปี 2022 – 2023

มอเตอร์ไซค์ yamaha ออกรุ่นใหม่แล้ว TRICITY 125 และ 155 

มอเตอร์ไซค์ yamaha ได้ประกาศเปิดตัว มอเตอร์ไซค์ yamaha ตัวใหม่ เป็นสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ ซึ่งมีชื่อว่า Tricity 125 และ 155 เป็นรูปแบบ 3 ล้อ ที่ได้รับการปรับปรุงมา และนำมาตรฐาน Euro 5 ใหม่มาใช้

Tricity 125 ใช้เครื่องยนต์ 125 cc. 12.1 แรงม้า ให้การขับขี่ที่สบาย และเสถียรภาพมากขึ้น ลูกสูบฟอร์จมีความทนทาน และฝาสูบใหม่ ตลอดจนวาร์วไอดี ที่มีไซซ์ใหญ่ขึ้น และอัตราสัดส่วน การอัดที่เพิ่มขึ้น ทำงานร่วมกับ ระบบวาล์วแปรผัน

ยามาฮ่าตัวใหม่ล่าสุด2022 ระบบเบรกใช้ Unified Brake System แรงเบรกจะกระจายไปเท่า ๆ กัน 3 ล้อนี้ ด้านพวงมาลัยใช้ LMW Ackermann การออกแบบทรงตัว มีความศูนย์กลางเสมอ ทำให้มั่นใจได้ว่า จะแข็งแรงและไม่ล้มง่าย ในการขับขี่

สุดท้ายแล้วทั้ง 2 รุ่น จะวางจำหน่าย ในเดือนสิงหาคม และเดือนกันยายนใน ศูนย์มอเตอร์ไซค์ yamaha และนอกจากนี้ มอเตอร์ไซต์มีทั้งหมด 3 สีด้วยกัน Petrol Blue, Sand Grey และ Matte Grey

มอเตอร์ไซค์ yamaha

นอกจาก แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ นี้แล้วเว็บไซต์ รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน ยังมีหมวดหมู่ที่น่าสนใจอื่น ๆ เกี่ยวกับรถยนต์ @UFA-X10

เรียบเรียงโดย M.Varin

Click 160
Click 160 มอเตอร์ไซค์รุ่นยอดฮิต ที่หลายคนไม่ยอมเปลี่ยนใจ ไปใช้รุ่นอื่น

Click 160 รถสปอร์ต AT ที่มีขุมพลังมาอย่างเต็มเปี่ยม คล่องตัวปราดเปรียวมาก

Click 160 หากพูดถึง มอเตอร์ไซค์ Honda ที่หลายคนรู้จักดี ก็คงหนีไม้พ้นรุ่น Click เพราะรุ่นนี้ถือว่าเป็น รุ่นยอดนิยม ที่ทางฮอนด้าภูมิใจมาก ๆ 

และแน่นอนว่า เมื่อมีการเปิดตัวรุ่นใหม่อย่าง Honda Click 160 ก็เป็นที่สนใจจากแฟน ๆ ฮอนด้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากรุ่นนี้ มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สำคัญเพิ่มความแรง ให้เป็นรถสปอร์ต AT ที่มาพร้อมด้วย ขุมพลังที่เต็มขั้นมาก ๆ

วันนี้เราได้นำ รีวิว Honda Click 160 มาฝากกันแบบจัดเต็ม สำหรับคนที่กำลัง สนใจรุ่นนี้อยู่ แต่ยังลังเลว่า Click160 ดีไหม ? วันนี้เรามีคำตอบ 

Click 160 กลับมาครั้งนี้ มาในรูปแบบใหม่ ไฉไลกว่าเดิมมาก

Click 160

ต้องยอมรับเลยว่า การกลับมาของเจ้า 160 มาในรูปแบบ All New เลยนะเรียกว่า ไม่มีรูปลักษณ์แบบเดิม ๆ เหลืออยู่เลยล่ะ เราสามารถเรียกได้เต็มปากเลยว่า นี่คือรุ่น All New Honda Click 160 

สำหรับเจ้า Honda Click160 มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์ eSP+ ที่มีระบบ การจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI และมีระบบระบายความร้อน ที่เป็นการระบายด้วยน้ำ เครื่องยนต์รุ่นนี้ แรงบิดติดมือจริง ๆ

สิ่งที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ Honda Click160

แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์

รุ่นนี้เป็นรถ ที่มีรูปโฉมที่ดุดัน เท่สะดุดตา ให้ความรู้สึกถึงความ Sport ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย หรือแฟรี่ด้านหน้า ทุกอย่างออกแบบมา ให้ความรู้สึกถึง ความเป็นสปอร์ตมากกว่าเดิม

นอกจากรูปโฉม ที่มีการเปลี่ยนรอบคันแล้ว รุ่นนี้ยังให้ความรู้สึก ถึงการขับขี่ที่เปลี่ยนไป ตัวรถมีความกว้างมากขึ้น ที่พักเท้ามีความกว้าง ไม่มีถังน้ำมันมาบัง ทำให้วางได้สบายกว่าเดิม

ที่สำคัญที่สุด ช่วงล่างของรุ่นนี้ มีการอัปเกรดใหม่ ในเรื่องของเบรกและยาง โดยยางจะเป็นแบบ Tubeless ซึ่งมีประสิทธิภาพ ที่ดีกว่ายางทั่ว ๆ ไปช่วยเพิ่มการยึดเกาะ พื้นถนนได้ดีมากขึ้น

ดีไซน์ของ Honda Click160 มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ?

Click 160

หากพูดถึงชุดแฟริ่ง ของเจ้ารุ่นนี้ บอกเลยว่าดูหนา และมีมิติกว่ารุ่นก่อน ๆ และไฟหน้าของรุ่นนี้ มีความโฉบเฉี่ยวมาก ๆ หน้าตาเหมือน CBR 250 RR เลยนะเรียกว่าเป็นไฟคู่แบบ Full LED ทำให้เจ้าตัวนี้ มีความสปอร์ตและความดุดัน มากกว่าเดิมจริง ๆ

สำหรับจอแสดงผล ก็เป็นจอแบบตัวเลข มีนาฬิกาบอกเวลา และไฟบอกสถานะ ที่เต็มรูปแบบมาก ๆ รุ่นนี้มี ABS ที่เหมือนกับ PCX160 ที่ทำงานที่ด้านหน้าอย่างงเดียว

ช่องเก็บของใหญ่ประมาณนึง ไม่ได้ใหญ่มากเท่าไหร่ ใส่หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้าได้ ความจุของถังน้ำมันจะอยู่ที่ 5.5 ลิตร

รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่น ที่มีความแรง และมีความประหยัดมาก ๆ เครื่องยนต์ 157 CC ซึ่งเป็นเครื่องตัวเดียวกันกับ PCX 160 เรียกว่าเป็นเครื่อง ที่มีความแรง พอสมควรเลยนะ เรียกว่าแรงเป็นอันดับต้น ๆ ของคลาสนี้เลยก็ว่าได้

ต้องบอกเลยว่า รุ่นนี้เป็น Sport AT ที่มีความจัดจ้าน และมีน้ำหนักที่เบามากเพียง 118 กิโลกรัมเท่านั้นเอง เรียกว่าใครที่ชอบความแรง แต่ไม่อยากได้รุ่น ที่มีน้ำหนักเยอะ รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ

ความรู้สึกหลังลองขี่เจ้า Click160 รู้สึกยังไงบ้าง ?

Click 160

ต้องบอกเลยว่า เจ้ารุ่นนี้ มีบอดี้ที่เบา ทำให้การเลี้ยว หรือการเข้าโค้งต่าง ๆ ทำได้คล่องตัวกว่า รรุ่นที่มีเครื่องยนต์เท่า ๆ กันมากเลยนะ ตำแหน่งของแฮนด์ และเบาะออกแบบมา ให้มีความพอดี ไม่แคบเหมือนรุ่นก่อน ๆ

ต้องยอมรับว่ารุ่นนี้ เป็นรถที่เหมาะ กับการขับขี่ในเมือง ที่มีความแรงมาก มีความคล่องตัวสูง และมีดีไซน์ที่โดดเด่น มีการปรับปรุงข้อเสีย ของรุ่นก่อน ๆ ให้มีความสะดวก และขับขี่ได้ง่ายมากขึ้น

แต่ก็ยังมีบางจุด ที่แอบติดอยู่เล็กน้อย เพราะรุ่นนี้ แม้จะมีความคล่องตัว และน้ำหนักที่เบากว่า PCX แต่เมื่อลองเข้าโค้งต่าง ๆ ก็ต้องยอมรับเลยว่า ยังแอบเสียว ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนจะหลุดโค้ง ซึ่งในจุดนี้ PCX ยังทำได้ดีกว่ามาก

รุ่นนี้มีการอัปเกรด ยางให้กว้างขึ้นมา 1 เบอร์ ด้านหน้าเป็น 100 และด้านหลังเป็น 120 ซึ่งเป็นจุดที่ดีกว่ารุ่นก่อน ๆ สำหรับใครที่ ตั้งใจซื้อรุ่นนี้ เพื่อนำมาขับขี่ในเมือง ต้องบอกเลยว่าเป็นรุ่นที่คุ้มค่ามาก ๆ

และถ้าเลือกระหว่างธรรมดากับระบบ ABS แนะนำให้เลือกแบบ ABS จะปลอดภัยกว่า และช่วยป้องกัน ความปลอดภัยได้ดีกว่ามาก ๆ 

แต่สำหรับภาพรวม ของรถไซส์เล็กแบบนี้ ต้องบอกเลยว่า รุ่นนี้เป็นอีกรุ่น ที่มีความแรง และมีสมรรถนะ ที่ดีเยี่ยมจริง ๆ ถ้าใครที่ไม่ชอบ รูปลักษณ์ของ PCX บอกเลยว่ารุ่นนี้ ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานมาก ๆ

แต่ถ้าใครกำลังมองหา รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน รุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่น ที่สมรรถนะเยี่ยม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ที่สำคัญปลอดภัย และประหยัดน้ำมันอีกด้วย ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Honda อยู่แล้วจะต้อง ชื่นชอบรูปทรง และเครื่องยนต์ ของรุ่นนี้แน่นอน รุ่นนี้วิ่งในเมือง ได้โฉบเฉี่ยวและซอกแซกได้ดีมาก ๆ 

 

นอกจากเรื่องราว เกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์แล้ว ในเว็บของเรายังมี บทความเกี่ยวกับ การแต่งรถและอุปกรณ์แต่งรถต่าง ๆ มาไว้ที่นี่ แบบครบจบในเว็บเดียวจริง ๆ

 

สามารถติดตามเว็บ แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ เพิ่มเติมได้ที่ : @UFA-X10 

ดอกไม้สีขาว

รีวิว ADV350
รีวิวADV350 มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Honda เปิดตัวร้อนแรงในไทย

รีวิว ADV350 คันเดียวพร้อมจบทุกการเดินทาง หลายคนเปลี่ยนใจจาก Forza 350

รีวิว ADV350 หากพูดถึง รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน แบรนด์ชื่อดังอย่าง Honda ถือว่าเป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่คนไทยเลือกใช้เลยนะ ซึ่งมีหลายรุ่นที่ออกมา แล้วโดยใจนรุ่นใหม่ ด้วยสมรรถนะ และนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานมาก ๆ

และแน่นอนว่า รถรุ่นใหม่อย่าง Honda ADV 350 ถือว่าเป็นรถรุ่นล่าสุด ที่ทาง Honda เปิดตัวในไทย เรียกว่าวันเปิดตัว เจ้าตัวนี้กระแสแรงมาก ๆ

รีวิว ADV350 มอเตอร์ไซค์ ดีไซน์สวย ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

รีวิว ADV350

เรียกว่ารุ่นนี้ เป็นมอเตอร์ไซค์ลูกผสม ที่ให้ฟังก์ชันต่าง ๆ มาอย่างครบครัน มีการปรับปรุงจากรุ่นก่อน ๆ ในเรื่องของเบาะ การ์ดแฮนด์ และโช้คต่าง ๆ ที่ทำให้การขับขี่ มีความคล่องตัว มากกว่าเดิมไปอีก

สำหรับเครื่องยนต์ของเจ้า Honda ADV 350 ใช้เครื่องยนต์ eSP+ 330 CC 1 สูบ มีตัวระบายความร้อน ที่เป็นแบบหม้อน้ำ มีแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 28.8 แรงม้า มีแรงบิดอยู่ที่ 35 นิวตันเมตร ถือว่าเป็นรถที่แรงที่สุด ในซีรีย์ของ ADV

ที่สำคัญรุ่นนี้ ยังมาพร้อมด้วย ระบบเบรคแบบ ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และระบบไฟเบรคฉุกเฉิน ESS เพิ่มความปลอดภัย ในการขับขี่มากขึ้น

รูปลักษณ์และดีไซน์ของ Honda ADV 350

รีวิว ADV350

รีวิว ADV350 รุ่นนี้ถือว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ ที่มีดีไซน์ที่ลงตัวมาก ๆ เหมือนเป็นการผสมผสาน ระหว่างรุ่น ADV 150 และ XADV 750 ได้อย่างลงตัวจริง ๆ ในส่วนของตัวรถ ในช่วงด้านหน้าตัวรถ จะเป็นไฟ LED เต็มรูปแบบเหมือนกับรุ่น ADV 150 เรียกว่าเหมือนครบทั้งชุด ไม่ว่าจะเป็น ชุดไฟเลี้ยงว , ไฟต่ำหรือไฟสูง

สำหรับตัว Face Shield จะแตกต่างจาก Forza 350 ตรงที่รุ่นนี้ ต้องดึงสลักเพื่อปรับเอง โดยสามารถปรับได้ 4 ระดับเลยนะ และแน่นอนว่า ADV คือ ซีรีย์รถสายลุย ทำให้การออกแบบ ของตัวแฮนด์รถ จะมีการ์ดมาให้ด้วย

ด้านข้างตัวรถ มีการเลียนแบบมาจาก XADV 750 เรียกว่าเป็นดีไซน์ ที่มีความดุดันมาก ๆ สำหรับเบาะของรุ่นนี้ จะมีความคล้าย Forza 350 แต่มีการเพิ่มสเต็ปเบาะ เพื่อกันคนนั่งไหลนั่นเอง

ที่หลายคนชอบมาก ๆ ก็น่าจะเป็นช่องเก็บของ ที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ ที่สำคัญที่สุด คือตัวกุญแจของรุ่นนี้ มีความพรีเมียมมาก ๆ เป็นกุญแจคีย์เหล็ก มีปุ่มเรียกรถ และปุ่มกันขโมยมาด้วย

มีช่อง Type C มาเพื่อให้สามารถ เสียบชาร์จมือถือได้ด้วย แต่ช่องอยู่ลึกไปหน่อย ทำให้เวลาเสียบชาร์จ รู้สึกว่าจะเสียบยาก ตัวท่อไอเสีย มีความเป็นสปอร์ตมาก ๆ หน้าจอของรถ จะเป็นแบบ Full Digital LCD ที่มีรายละเอียดครบ ๆ โดยความสูงของตัวรถ จะสูงเท่ากับรุ่น Forza350 คือสูงประมาณ 795 มิลลิเมตร

มอเตอร์ไซค์ที่มีคนจองมากที่สุดในงาน Motor Show 2022

แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์

ในงานมอเตอร์โชว์ 2022 รุ่นนี้เปิดตัวมาพร้อมกับ สโลแกนที่ว่า Wait For No One ซึ่งถือว่าเป็น สโลแกนที่ทำเอา คนในงานฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะรุ่นนี้ถือว่าเป็น รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ ที่มีความอเนกประสงค์มาก ๆ เลยล่ะ

สามารถขับขี่ได้ ทั้งทางเรียบหรือ พื้นที่ขรุขระ หรือที่หลายคน เรียกว่ามอเตอร์ไซค์ SUV นั่นเอง

ความรู้สึกหลังได้ลองขี่ บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ร้อนแรงที่สุด

รีวิว ADV350

ต้องยอมรับเลยว่า เจ้ารุ่นนี้มีดีไซน์ ที่เท่ดุดัน รู้สึกถึงความสปอร์ต และความโฉบเฉี่ยวเป็นอย่างมาก ที่สำคัญเจ้ารุ่นนี้ ยังเป็นมอเตอร์ไซค์ ที่ให้ความรู้สึก ถึงความพรีเมี่ยมมาก ๆ อีกด้วย

สำหรับจุดเด่น ที่ทำเอาหลายคนสนใจ และชื่นชอบมาก ๆ ก็น่าจะเป็น ระบบกันสั่นสะเทือนด้านหน้าแบบ Upside Down Showa และระบบกันสั่นด้านหลัง Sub Tank Showa ทำให้การขับขี่ มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

รุ่นนี้มี Honda Smart Key ที่ถือว่าเป็น กุญแจรูปแบบใหม่ ที่เพิ่มความสะดวกสบาย ให้กับเจ้าของรถ มากยิ่งขึ้นไปอีก รุ่นนี้ยังมี ระบบช่วยป้องกัน ล้อหมุนฟรีมาด้วย เรียกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ ที่ปลอดภัยมาก ๆ

ตัวรถของรุ่นนี้ ออกแบบมาให้ผู้ขี่ สามารถนั่งได้สบายกว่ารุ่นอื่น ๆ Balance ของตัวรถออกแบบมาได้ดี ทำให้การหักหลบ ทำออกมาได้สมูทกว่าเดิม อัตราเร่งในการออกตัว ทำได้ดีมาก ๆ ระยะในการเบรค ทำได้กระชับ กว่ารุ่นก่อน ๆ ที่สำคัญช่วงล่างของตัวรถ ให้ความรู้สึกนุ่มมาก ๆ

สำหรับราคาของรุ่น Standard จะอยู่ที่ 181,900 บาท และสำหรับรุ่น Road Sync 183,900 บาท และยังมีรุ่นพิเศษ แบบแต่งครบเครื่อง ราคาจะอยู่ที่ 199,500 บาท และยังมีรุ่น Touring Master Edition รุ่นนี้มีอุปกรณ์แต่ง มาให้แบบครบ ๆ โดยราคาจะอยู่ที่ 197,500 บาท

 

 

สามารถติดตามบทความ แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ เพิ่มเติมได้ที่ : @UFA-X10

ดอกไม้สีขาว