โลกของรถสปอร์ต​
โลกของรถสปอร์ต​ ทันข่าววงการรถสปอร์ตที่จะมีอะไรให้น่าติดตามกันในปี​ 2022

โลกของรถสปอร์ต​ รอบรู้ทันข่าวรอบโลกของรถสปอร์ต​ จะน่าสนใจขนาดไหนกันบ้าง​ ห้ามพลาดเด็ดขาด

โลกของรถสปอร์ต​ รถยนต์สปอร์ตแห่งอนาคต​ บทความเกี่ยวกับ รถสปอร์ต ที่บอกเลยว่าเจ๋งมากของปี​ 2023-2025 เราจะพาคุณไปดูกัน​ อย่าพลาดกันอย่างเด็ดขาด​ รอบรู้ข่าวรอบโลกของรถสปอร์ต​ ยิ่งนับวันคนรักรถ​ รถสปอร์ตผู้หญิง 2021 และผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ตรวมไปถึง​ รถสปอร์ต 2020 รถแห่งอนาคตที่น่าสนใจนั้น​ ยิ่งมีความน่าสนใจมากขึ้น​

ผู้ผลิตรถยนต์ในแต่ละค่ายนั้น​ รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน ต่างแข่งขันกันในเรื่อง​ ดีไซน์การออกแบบให้ดูล้ำสมัย​ และยังมีการเพิ่มลูกเล่นเสริมต่างเข้ามา​ และที่สำคัญยังให้ความใส่ใจในเรื่อง​ ความสะดวกสบายที่มีมากขึ้น​ และรวมไปถึงในด้านความปลอดภัย​

โลกของรถสปอร์ต

แต่หัวใจหลักของ รถสปอร์ตทั้งหมด ที่ผู้คนมากมาย​ คาดหวังและอยากได้มาครอบครองนั้น​ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความแรง​ ของเครื่องยนตร์ที่เร้าใจนั่นเอง​ สำหรับข้อมูลที่เราเอามานำเสนอนี้​ อาจจะมีความคลาดเคลื่อนในเรื่อง​ วันเปิดตัวและวางจำหน่าย​

เพราะสาเหตุหลักก็คือ​ Covid-19​ ที่ทำให้การผลิตและพัฒนาระบบ​ เกิดการชะลอตัวอย่างมากนั่นเอง​ แต่เอาเป็นว่าเราจะไปดูกันก่อน​ ว่าจะมีรถสปอร์ตรุ่นไหนกันบ้าง​ ที่จะออกมาให้เราได้ยลโฉมกัน​ พร้อมแล้วตามเรามาได้เลย​

– Acura Integra (2023)

ถ้าคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ต​ รถซุปเปอร์คาร์ 2021 ส่วนใหญ่จะรู้จัก​กันเป็นอย่างดีกับ​ Acura Integra ซึ่งถือว่าเป็นรถในตำนานรุ่นนึง​ ที่ได้รับความนิยมรถสปอร์ตอย่างมาก​ และใช่แล้วค่ายนี้กำลังนำกลับมาอีกครั้ง​ สำหรับรุ่นยอดนิยมอย่าง​ Integra ในการกลับมาครั้งนี้ของเขา​

จะมาในรูปแบบสไตล์​แฮทซ์แบค 4​ ประตู​ ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีการผลิตรุ่นต้นแบบแล้ว​ แต่คาดว่าจะวางจำหน่ายจริง​ในปี​ 2023​ ซึ่งจากที่คาดการณ์กันไว้ว่า​ ทางผู้ผลิตจะนำมาแทนที่ซีดานอย่าง​ ILX​ ซึ่งคือรุ่นเก่าของพวกเขานั่นเอง​

แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บางกลุ่มว่า​ ทำไมในรถยนต์ระดับหรู​ ถึงมีการเปิดตัวรถสปอร์ต​ ในยุคแห่งรถยนต์สไตล์​ SUV​ แต่รู้หรือไม่ว่าสำหรับรุ่น​ Integra​ คือรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับ​ Acura​ และยังมีความสำคัญอย่างมากอีกด้วย

– Alfa Romeo (2023)

สำหรับรุ่นใหม่นี้กำลังผลิตในปี​ 2022​ นี้นี่เองและสำหรับคนที่ชื่นชอบ​ สไตล์แบบครอสโอเวอร์นั้น​ ไม่ควรพลาดเด็ดขาดเพราะ​ มีการออกแบบที่สวยสง่างามให้ความภูมิฐานมากๆ​ แถมมีการผสมผสานให้ดูมีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวลงตัว​

และนี่ยังถือว่าเป็นการเปิดตัวรถ​ Hybrid​ รุ่นแรกของทางผู้ผลิตชื่อดังอย่าง​ Alfa​ Romeo​ อีกด้วยนั่นเองซึ่งตอนนี้​ ก็ได้มีการเปิดตัวต้นแบบ​ ที่งานแสดงรถยนต์ที่เจนีวาด้วยนั่นเอง​ @UFA-X10 

เรียบเรียงโดย​ อลิส

ข่าวยานยนต์ล่าสุด
ข่าวยานยนต์ล่าสุด ที่มีความน่าสนใจในปี​ 2021​ นั้นจะมีอะไรกันบ้างมาดูกันเลย

ข่าวยานยนต์ล่าสุด มันจะมีความน่าสนใจมากแค่ไหน​แล้วมันจะมีอะไรบ้างที่น่าติดตาม

ข่าวยานยนต์ล่าสุด Christian​ Cahn​ Von​ Seelen​ จะทำการรับผิดชอบ​ ​ Gurpapta Boparai​ ได้ลาออกจาก​ Skoda​ Auto​ Volkswagen​ India​ Christian​ Cahn​ Von S ให้เป็นการชั่วคราว ข่าวรถใหม่ 2022 ในการ​ที่จะต้องดำเนินงานของ VW​ Group​ ของประเทศอินเดีย​

ข่าวยานยนต์ล่าสุด

ซึ่งนับตั้งแต่ช่วง​วันที่​ 1​ มกราคม​ 2022​ และสำหรับผู้ที่จะมารับตำแหน่ง​ ข่าวรถยนต์ใหม่ 2022 ต่อจากทางด้านของ​ Gurpratap​ Boparai​ จะมีการออกประกาศ​ อย่างเป็นทางการในไม่ช้านี้​ อัพเดทข่าวรถยนต์ ซึ่งผู้ผลิตรถยนตร์ของ​ Skoda​ Auto​ Volkswagen​ India​ ได้มีการกล่าวขึ้นในช่วง​ของวันพุธ

โดยบอกว่า​ Gurpratap​ Boparai​ กรรมการผู้จัดการบริษัท​ แนะนำ รถแห่งอนาคต ที่น่าสนใจ ได้ทำเรื่องการลาออก​จากบริษัท​ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่​ 1​ มกราคม​ 2022​ ซึ่งทางด้านของ​ Christian​ Cahn​ Von​ Seelen​ จะเข้ามารับหน้าที่ดูแล​ ในส่วนกิจการชั่วคราว​ของ​ VW​ Group​ ในประเทศอินเดีย

ซึ่ง​นับตั้งแต่วันที่​ 1​ มกราคม​ 2565

“เรามีความเสียใจ​อย่างสุดซึ้ง​ ที่เรานั้นได้ยอมรับการลาออก​ของ​ Gurpratap​ Boparai​ ซึ่งฉันนั้นอยากที่จะขอบคุณ​เข​า​ @UFA-X10 ที่ได้เป็นผู้นำในการดำเนินการ​ ควบรวมกิจการที่ซับซ้อน​ รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน 

และสำหรับบทบาทที่โดดเด่น​ของเขา ในการที่ทำให้มั่นใจ​ว่า ข่าวยานยนต์ 2022 ในส่วนโครงการ​ INDIA​ 2.0​ ที่สำคัญของทางกลุ่ม​ ได้เป็นไปตามที่กำหนด​ โดยที่มีอุปสรรคเล็กน้อย​ในเหตุแห่งการชะงักที่​ทำให้เกิดขึ้นอย่างน้อยมากที่สุด​แม้ว่าจะมีความท้าทาย​ที่เกิดโรคระบาดใหญ่ขึ้น​ Thomas​ Schaefer​ ประธานบริษัท​ Skoda​ Auto​ ได้ทำการให้สัมภาษณ์ไว้​

เรียบเรียงโดย​ อลิส

911 รุ่น50ปี
911 รุ่น50ปี รถหรูที่มีเงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีดวงในการซื้อด้วยเพราะจำนวนจำกัดของรถ

911 รุ่น50ปี อีกหนึ่งรถหรู ที่เป็นตัวฉลองอายุครบ 50ปี ของบริษัท

911 รุ่น50ปี สวัสดีผู้อ่านและ คนรักรถหรูทุกท่าน พอกันอีกครั้งกับ บทความเกี่ยวกับ รถสปอร์ต

ที่จะมาบอกถึงข่าวคราว ของรถสปอร์ตหรู ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้ผู้อ่าน ได้อ่านและรับข่าวสาร เกียวกับรถหรู จากแบรนด์หลายเจ้า

จากที่ปอเช่ บริษัทที่ผลิตรถหรู ทรงสปอร์ตที่มีชื่อเรื่องมายาวนาน ก็ผ่านมาจนมีอายุถึง 50 ปีแล้ว ปอเช่จึงฉลองรอบด้วย 1911 รุ่นพิเศษ 911 Edition 50 Years Porsche Design โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 750 คำเท่านั้นเพื่อให้ ลูกค้าที่เป็นแฟนตัวยง ของแบรนด์นี้ได้ตามซื้อไป

น่าสะสมไว้เผื่อ ราคาจะต้องสูงขึ้นอีก ในอนาคตแน่นอนและ ตัวรถปอเช่รุ่น 911 50ปี ราคา ค่าตัวตั้งตนที่ 17.9 ล้านบาท สมราคาเพราะมากับ ดีไซน์สีดำดุดัน น่าค้นหากับตัวรถที่ เป็นทรงสปอร์ตเปิดประทุนได้ ซึ่งราคานี้เราสามารถเกร็ง เพื่อรับกำไรได้ถือเป็น รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน

911 รุ่น50ปี

ในส่วนของ Porsche 911 50th Anniversary ราคา แรงแค่ไหนในปัจจุบัน

ในปัจจุบันนั้น ราคาของรถรุ่นนี้ร่วงลงมาที่ 9.5 – 12 ล้านบาทซึ่งน่าเสียดาย ที่ราคาของรถหรูคันนี้ร่วงลงมา เนื่องจากค่าความนิยมไม่เพียงพอ ให้ผู้ซื้อต่อสนใจมากนักในตัวรถ 911 50th Anniversary Edition รุ่นนี้ ในส่วนตัวแล้วผมชอบแนว Honda NSX เสียมากกว่านะครับ เพราะทรงมันโฉบเฉี่ยวดี

เขียนโดยFateNama

มอเตอร์ไซค์ดูคาติ
มอเตอร์ไซค์ดูคาติ แบรนด์รถหรู ล้ำสมัย มีการออกแบบรูปลักษณ์ และเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุด

มอเตอร์ไซค์ดูคาติ ได้ติดตั้งเครื่องยนต์ Desmodue, Desmoquattro และ Testastretta ที่มีการปรับปรุง และพัฒนาศักยภาพ

มอเตอร์ไซค์ดูคาติ ถือได้ว่าไม่สามารถ วางแผนได้สมบูรณ์แบบ ไปมากกว่านี้ แม้ว่าจะพยายาม แล้วก็ตาม สำหรับวงการ ของมอเตอร์ไซค์ ที่มีทั้งการอนุรักษ์ ทัศนคติ และความคิดถึง พร้อมที่จะยอมรับ รูปแบบที่ได้รับ การปรับปรุงใหม่

ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้ว อย่างน้อยนั่นก็คือ สิ่งที่ทาง Ducati ได้ให้บริการ เพราะในครั้งแรก ที่มีการเปิดตัว Ducati Monster ปี 2021 ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ท้าทาย ในระหว่างการ แถลงข่าวในสหรัฐฯ หนึ่งในทีมงาน ฝ่ายการตลาดของ Ducati พยายามที่จะ สื่อถึงสไตล์ที่ มีการเชื่อมโยง รูปแบบดั้งเดิมของ Miguel Galluzzi กับ Monster 2021

โดยชี้ให้เห็นถึง ไฟหน้าแบบวงกลมของ มอเตอร์ไซค์คันใหม่ และรูปทรงถัง “ไบซันแบ็ค” ที่คล้ายกับรุ่น M900 ยกเว้นไฟหน้าใหม่ ที่ดูเหมือนว่า จะไม่ใช่ทรงกลม และถังน้ำมัน จะดูเหมือนของจริง ก็ต่อเมื่อหลับตาข้างหนึ่ง แล้วหรี่ตาลง

มอเตอร์​ไซค์​Ducati

หลาย ๆ คนต่างตั้งคำถามว่า มอเตอร์ไซค์ดูคาติ มีความเกี่ยวข้อง กับมอเตอร์ไซค์ ตัวใหม่อย่างไร และยังคงเป็น เป็นมอเตอร์ไซค์ ทั่วไปอยู่หรือไม่

 

หากผู้คนได้ทดลอง ขึ้นไปบน มอเตอร์ไซค์ สิ่งแรกที่สร้าง ความประทับใจ ไม่ใช่สไตล์ใหม่ แต่เป็นมิติที่เล็ก สิ่งที่มีขนาดเล็ก V-twin ที่มีรางขนาดใหญ่ 90 องศานั้น มีขนาดกะทัดรัด น้อยกว่าคู่ขนาน ที่มีความจุเท่ากัน ซึ่ง ducati 300 ซีซี รา เพียง 4 แสนต้น ๆ เท่านั้น

ดังนั้นบรรจุภัณฑ์ ที่แน่นหนาและโครงสร้างตัวถัง ที่เรียบง่าย ทำให้ มอเตอร์ไซค์ดูคาติ กลายเป็นสิ่งที่ ได้รับความสนใจมากกว่าที่เคย ระหว่างเบาะที่นั่งสูง 32.3 นิ้ว อานที่นั่ง มีความเพรียวบาง และถังน้ำมันขนาด 3.7 แกลลอนที่แคบ

ผู้ขี่ส่วนใหญ่ จะไม่มีปัญหา ในการลงเหยียบ บนพื้นราบ อุปกรณ์เสริมเบาะ นั่งแบบเตี้ยและสูง มีให้เลือก นอกเหนือจาก ชุดลดระดับ ที่ลดความสูง ลงเหลือเพียง 30.5 นิ้ว

หากมีการเดินทาง ไปตามท้องถนน ที่เป็นเนินเขา ในซานฟรานซิสโก ระบบส่งกำลัง ที่ลากได้ของ มอเตอร์ไซค์ ตัวดึงคลัตช์แบบเบา และตัวล็อกพวงมาลัย ที่กว้างขวาง ซึ่งทำให้การหมุน ของแฮนด์บาร์ มากกว่ารุ่นก่อนถึง 7 องศา

มอเตอร์ไซค์ดูคาติ บ่งบอกถึงการออกแบบที่ดี ของมอเตอร์ไซค์ รุ่นดังกล่าว ที่สำคัญกว่านั้น สิ่งที่เห็นได้ชัด ในทันทีว่า Ducati ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ด้วยเหตุผลที่ดี

ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของน้ำหนัก ที่มีการอ้างว่า อยู่ที่ประมาณ 366 ปอนด์ / 414 ปอนด์ ทั้งนี้ มอเตอร์ไซค์ดูคาติ รุ่นดังกล่าว มีน้ำหนักเบากว่า Monster 821 รุ่นก่อนถึง 40 ปอนด์ ทำให้หนักกว่า Yamaha MT-07 รุ่นเฟเธอร์เวตเพียง 8 ปอนด์ ด้วยเหตุนี้เอง มอเตอร์ไซค์ดูคาติ ตัวใหม่ จึงให้ความรู้สึกเบา อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อได้ทดลองขับขี่ และสามารถเคลื่อนที่ ไปรอบ ๆ เมืองได้สะดวก

Ducati มีน้ำหนักเบาถึง 10 ปอนด์ จากการเปลี่ยน เฟรมเทรลลิส ด้วยตัวเลขอะลูมิเนียม ที่เหมือนกับ Panigale โดยไม่คำนึงว่า เหล่าสาวกของมอเตอร์ไซค์ Ducati ที่ยังยึดติดรูปแบบเดิม มีความคิดเห็นว่า การย้ายครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้าง น่าผิดหวัง

มอเตอร์​ไซค์​Ducati

 

อย่างไรก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่า มอเตอร์​ไซค์​Ducati รุ่นดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุ ได้อย่างถูกต้อง ด้วยการออกแบบ เครื่องยนต์ หรือแชสซีที่มี มานานมากกว่า 28 ปี อีกทั้งยังมี ยอดขายมากกว่า 350,000 คัน

มอเตอร์​ไซค์​Ducati รุ่นดังกล่าว ได้ติดตั้งเครื่องยนต์ Desmodue, Desmoquattro และ Testastretta ที่มีการปรับปรุง และพัฒนาศักยภาพ ที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะมี โครงตาข่ายอยู่เสมอ แต่มอเตอร์ไซค์ 696 ในปี 2008 มีการเปิดตัว

ด้วยแนวคิดแบบกรอบสั้น ที่แทบไม่ต่างจากแชสซี 851/888 ของรุ่นดั้งเดิม จากนั้นในปี 2014 Monster 1200 ก็เปิดตัวด้วยเฟรมที่สั้นกว่าซึ่งยึดติดกับ ฝาสูบโดยตรงในสไตล์ของ1199 Panigale นั้นดีพอสำหรับ KTM

ผู้คนอาจกำลังคิดว่า ชาวออสเตรียใช้สิ่งเหล่านี้ ในจักรยาน RC16 MotoGP ของพวกเขา เพื่อประโยชน์ของ Pete แต่ความจริงก็คือ ducati ทุกรุ่น เดินหน้าต่อไป เมื่อนานมานี้ ในช่วง 7 ปี ของซูเปอร์ไบค์ โครงอะลูมิเนียม เป็นตัวกำหนด ชะตากรรมของ มอเตอร์ไซค์

ในตอนหลัง เครื่องยนต์ได้รับการ ปรับแต่งให้เป็น เครื่องยนต์ที่พร้อม การตอบสนองของ คันเร่งในทันที และเสียงฮึดฮัดต่ำ การส่งกำลัง เป็นแบบเส้นตรง ค่อยๆ สร้างกำลังสูงสุด 111 แรงม้า ที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 69 ปอนด์-ฟุต ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงส่งนั้น เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

มอเตอร์ไซค์ สามารถที่จะ เร่งความเร็ว ได้อย่างอิสระ และมีความกล้า ที่จะยกล้อหน้าขึ้น ด้วยการสะกิด เพียงเล็กน้อย การดึงมอเตอร์ ให้ต่ำถึง 2,000 รอบต่อนาที จึงมีเรื่องของการ สั่นสะท้านอยู่บ้าง แต่การเติมเชื้อเพลิง ช่วยให้ดึงออกมา ได้อย่างสะอาดหมดจด

มอเตอร์​ไซค์​Ducati

 

โดยไม่มีการกระตุก แบบอิเล็กทรอนิกส์ ของระบบ Ducati ride-by-wire/EFI รุ่นเก่าบางรุ่น หรือระบบ ขับเคลื่อนของ Ducatis รุ่นเก่ากว่า

รถ Ducati ได้ปรับแต่ง กระปุกเกียร์ของ Testastretta เพื่อให้เข้าเกียร์ว่าง ได้ง่ายขึ้น และลดโอกาส ในการค้นหา จุดกึ่งกลางระหว่างเกียร์ 5  และเกียร์ 6 ซึ่งเป็นปัญหา ที่สำคัญสำหรับ Testastrettas ducati 1000 ซีซี รุ่นอื่น ๆ

การเปลี่ยนเกียร์ มีการพัฒนาจาก ควิกชิฟเตอร์ แบบสองทิศทาง ที่ได้มาจาก IMU ของ Ducati ซึ่งทำงานได้ดี แม้ว่ากระปุกเกียร์ จะมีรอยบาก เพียงเล็กน้อย การใช้ควิกชิฟเตอร์ เพื่อเปลี่ยนเกียร์ จากเกียร์หก ไปเป็นเกียร์ห้า ยังคงต้องใช้ กำลังที่ดี แต่อย่างน้อย ก็ไม่มีค่ากลาง ที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน

แหละถ้าใครที่อยากเป็นเจ้าของ มอเตอร์ไซค์ค่ายนี้ล่ะก็ Ducati Thailand ราคา ไม่ได้แรงอย่างที่คิด ถ้าลองเปรียบเทียบกับสิ่ง ที่ควรจะได้สัมผัสมัน

ติดตามบทความ แนะนำ รถแห่งอนาคต ที่น่าสนใจ และ 3รถสปอร์ตEV2022 << คลิกเลย

 

เรียบเรียงโดย อลิส

3รถสปอร์ตEV2022
3รถสปอร์ตEV2022 กับสุดยอดแห่งยนตรกรรม ที่สุดของสปอร์ตหัวใจไฟฟ้า ที่สุดของรถแห่งปี 2022 ที่คุณอาจยังไม่รู้จัก

3รถสปอร์ตEV2022 กับที่สุดของรถไฟฟ้า สุดเร็วระดับโลก ที่คุณอาจยังไม่รู้

3รถสปอร์ตEV2022 หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบ ความเร็วสายสปอร์ต อีกทั้งยังโหยหา รถพลังงานไฟฟ้า งั้นนี่ก็คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดกับ สุดยอดของรถสายสปอร์ต สุดเร็วแห่งปี 2022

กราบสวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ผู้อ่านที่แสนน่ารักและ ผู้อ่านที่กำลังสนใจ ในบทความที่เกี่ยวกับ บทความเกี่ยวกับ รถสปอร์ต กันทุกคนเลยนะ วันนี้ก็กลับมา พบกันอีกครั้ง กับผู้บรรยายที่แสนน่ารัก และแสนดีของคุณ ComBicJung และในวันนี้ผู้เขียน ก็มีบทความเกี่ยวกับ รถสปอร์ตที่น่าสนใจ มาแนะนำกันค่ะ

แต่ถ้าจะให้แนะนำ แค่รถสปอร์ต ก็คงจะไม่เข้าเทรนด์เท่าไร เพราะฉะนั้นแล้ว ในวันนี้นั้น ComBicJung ก็เลยจะมาแนะนำ 3รถสปอร์ตEV2022 รถสปอร์ตหัวใจไฟฟ้า สุดเร็วมาแนะนำ ในช่วงวิกฤติ น้ำมันแพงแบบนี้ค่า

งั้นอย่ารอช้ากันเลย เราเข้าไปทำความรู้จัก กันเจ้ารถไฟฟ้า สุดเร็วพวกนี้กันค่ะ

3รถสปอร์ตEV2022 อันดับที่ 1 Lotus Evija The first hyper Car of Loutus

ถ้าจะให้เรา พูดถึงรถสปอร์ต ก็คงปฏิเสธ ไม่ได้เลยนะคะว่า เจ้ารถสปอร์ตไฟฟ้า ที่เรียกได้ว่าติดตา ของผู้ที่ติดตามข่าว จากแบรนด์ดังอย่าง โลตัส ที่ชื่อว่าเจ้ารถ Evija คือรถสปอร์ตระดับต้น ๆ ที่ใครก็ต้องพูดถึง เพราะด้วยความเร็ว ที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นรถ Hyper Car

แบบไม่สนใจพี่ ๆ ที่ใช้เครื่องยนต์ แบบดีเซลกันเลย ถึงแม้ว่าข่าว การเปิดตัวของ Evija จะมีตั้งแต่ช่วงปี 2019 – 2020 แต่ถ้าเทียบกับความเร็ว ของรถไฟฟ้า สายสปอร์ตในปัจจุบัน อีวาจา ไม่เคยเป็นสองรองใคร แม้จะมีน้อง ๆ มาใหม่จากหลายค่าย

แต่ความเร็วของ อีวาจาต้องบอกเลยค่ะว่า ยืนที่หนึ่งจริง ๆ เพราะด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่แยกการทำงาน ระหว่างล้อถึง 4 ตัวทำให้เจ้ารถสปอร์ต หัวใจไฟฟ้าคันนี้ สามารถสร้างแรงม้าได้มากถึง 1,973 แรงม้าทั้งนี้นั้น “ความแรง” ก็ไม่ใช่ที่สุดของการชี้วัดว่า

รถคันนี้คือ สุดยอดของรถไฟฟ้า สายสปอร์ตระดับต้น ๆ ของโลกถ้าหากขาด สิ่งที่เรียกว่า น้ำหนักที่สมดุล เจ้ารถอีวาจาคันนี้ มีน้ำหนักรวมเพียงแค่ 1,680 กิโลกรัมเท่านั้น แต่ถ้าจะให้เทียบกับ รถสปอร์ตรุ่นพี่ ๆ ในค่ายของตัวเอง

อีวาจาอาจจะ ดูอ้วนไปเสียหน่อย เพราะน้ำหนักของรุ่นพี่ ที่เบากว่าถึง 238 กิโลกรัมนั้นเอง เลยทำให้คนส่วนใหญ่ มักจะคิดว่า อีวาจาจะเป็นรถไฟฟ้า ที่ไม่สามารถทดแทน รุ่นพี่ที่ใช่เครื่องยนต์ ประเภทดีเซลได้ แต่ถ้าเทียบกับ

รถ HyperCar ด้วยกันแล้วนั้นอีวาจา นับว่าเป็นรถไฟฟ้า ที่มีน้ำหนักเบากว่าอยู่มาก และทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ “อาวุธลับ” ของรถอีวาจาเท่านั้น อีวาจายังมีอาวุธลับ ที่ใช่ต่อสู้กับรถ HyperCar อื่น ๆ อีกนั้นก็คือ ระบบการต้านเชิงกลศาสตร์ รูปแบบของ FT

พร้อมรูปทรงปีกหลัง ที่ใช้ในการทรงตัวแบบ DRS ถ้าพูดมาขนาดนี้แล้ว ยังไม่นึกไม่ออกอีกละก็ ให้นึกถึงระบบ ลดการต้านแรงลม แบบรถระดับ F1 ที่ช่วยลดค่าแรงเสียดทาน พร้อมทำให้รถ ยึดเกาะถนนได้ดีมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ถ้าพูดถึง แค่องค์ประกอบของ ความเร็วเพียงอย่างเดียว อีวาจาก็ไม่มีทาง ที่จะเป็นรถไฟฟ้าระดับต้น ๆ ได้เลยถ้าหากขาด ความสามารถในการใช้งาน และแน่นอนว่าอีวาจานั้น ก็สามารถใช้งานได้จริงเสียด้วย เพราะด้วยการชาร์ต เต็มถังเพียงครั้งเดียว

อีวาจาก็สามารถวิ่งได้ไกลถึง 400 กิโลเมตรอีกทั้งตัวชาร์จ ยังสามารถชาร์จไฟ ให้เต็มถังได้ภายในเวลาเพียงแค่ 18 นาทีเท่านั้น ไม่ต้องแปลกใจเลยนะว่า ทำไมเจ้ารถคันนี้ ถึงได้มาอยู่เป็นอันดับต้น ๆ ของเราค่ะ

3รถสปอร์ตEV2022

3รถสปอร์ตEV2022อันดับที่ 2 Genesis Essentia รถสปอร์ตไฟฟ้าจากแดนเกาหลี

ถ้าเราจะพูดถึง 3รถสปอร์ตEV2022 ก็คงมีเจ้าคันนี้อยู่ด้วย GenesisEssentia รถสปอร์ตไฟฟ้า ดีไซน์สุดล้ำ จากแดนกิมจิ โดยผู้พัฒนาคือ Hyundai โดยรถคันนี้ ยังไม่ถูกออกมาโปรโมท อย่างเป็นทางการเสียเท่าไร ทั้งเรื่องของความสามารถ

อัตราการเร่งสูงสุด เท่าที่ทำได้ รวมไปถึงระบบ ทางการใช้งาน ว่าสามารถวิ่งได้ระยะเวลาเท่าไร แต่ที่เรารู้แน่ ๆ คือเจ้ารถคันนี้ สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ที่ 0 จนถึง 96 รอบหมุนได้ภายในเวลา 3 วินาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็น รอบการทำงานที่ไวมาก ๆ เมื่อเทียบกับรถประเภทดีเซล

เจ้าตัวรถรุ่น Genesis-Essentia ถือว่าเป็นรถสปอร์ตราคาไม่แรง ถึงแม้ว่าราคาจะสูงถึง 2.4 ล้านบาทแต่เมื่อเทียบกับ รถสปอร์ตสุดเร็วทั่วไปแล้ว ราคานี้ถือว่าถูกมาก ๆ ซึ่งถ้าใครที่เห็นดีไซน์แล้วบอกว่า ชอบความล้ำสมัยและอยากได้ คงต้องแสดงความเสียใจไว้ก่อนเลย

เพราะเจ้ารถคันนี้ ไม่มีแววว่าจะเข้ามาขาย ในประเทศไทยเลย และยอดการผลิต ก็ไม่ได้สูงอย่างที่คิดด้วย ก็ต้องเสียใจกับคนที่อยากได้ด้วยนะ

3รถสปอร์ตEV2022

3รถสปอร์ตEV2022อันดับที่ 3 Maserati GranTurismo

ก็มาถึงคัดสุดท้ายของ 3รถสปอร์ตEV2022 กันแล้วค่ะ นั้นก็คือรถสุดหรูของค่าย มาเซราติ ที่มีแผนว่าจะเปิดตัวในปี 2022 แต่ก็มีเหตุจะต้องเลื่อน เพราะด้วยปัญหาต่าง ๆ การปรับปรุง สเปคของตัวเครื่อง แต่ไม่กลัวนะคะ เพราะเจ้ารถสปอร์ตคันนี้ จะเปิดให้เห็นตัวจริงกัน ในงานปีหน้า 2023 แน่นอน

ถ้าจะให้เราพูดถึงคร่าว ๆ ว่าเจ้ารถคันนี้ มีอะไรบ้าง Maserati-GranTurismo คันนี้คือรถอีกคันของทางค่าย มาเซราติ ที่ตั้งใจออกรถ ที่เป็นไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์โดยพวกเขานั้น ทำให้เจ้ารถคันนี้ มีความแรงมาสุดถึง 1,200 แรงม้า

โดยความเร็วถูกระบุไว้ว่า สามารถวิ่งได้ไวมากสุดถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่า ก็ไวสมกับการเป็น รถสปอร์ตสุดหรู แต่นอกจากนี้ ตัวรถจะยังถูกวางแผน ให้มีการวางจำหน่าย ในปริมาณมาก และราคาก็ไม่ได้สูง จนเกิดความสามารถ

อีกทั้งตามแผนการผลิต เขาวางเอาไว้ว่า จะให้รถรุ่นนี้ออกขาย ตามราคาแยก ตามสเปคของรถ ซึ่งจะมีราคาต่างกันเท่าไร และมีความสามารถ ห่างกันแค่ไหน เราก็ต้องไปดูกัน ในงานเปิดตัวปีหน้านั้นเองค่ะ

3รถสปอร์ตEV2022

คิดว่ารถพวกนี้จะจำเป็น ต่อการใช้งานในชีวิตจริงหรือไม่?

ถ้าจะถามว่ารถพวกนี้ จะมีโอกาสใช้งานได้จริงไหม สำหรับคนเขียนแล้ว คิดว่าคงไม่มีเงินมาพอ จะซื้อรถพลังงานไฟฟ้า สายสปอร์ตใช้หรอกค่ะ เพราะด้วยราคาที่แบบว่า ถ้าไม่ได้เหลือกิน ก็คงไม่ได้ซื้อเอาไว้ แต่ถ้ามีโอกาสได้ซื้อ

ก็คงอยากได้สักคัน เพราะถ้าด้วยช่วงนี้ ที่น้ำมันแพง รถไฟฟ้าถือว่าเหมาะมาก ๆ เลยค่ะ

ก็จบไปแล้วนะคะ เป็นอย่างไรกันบ้าง ชอบกันหรือเปล่าถ้าเพื่อน ๆ ชอบบทความนี้ ก็สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน กันได้เลยนะ รับรองว่ามีบทความเจ๋ง ๆ แบบนี้อีกเพียบเลยค่ะ

และถ้าชอบบทความแบบนี้ การเล่าแบบนี้ ก็สามารถให้กำลังใจโดยการแบ่งปันบทความนี้ ให้กับเพื่อนและคนที่คุณรักได้นะ และเอาไว้พบกันในบทความหน้า กับเพื่อนที่แสนน่ารัก ComBicJung สวัสดีค่ะ

เขียนโดย ComBic.III

Apple car
Apple carความล้ำสมัย เพื่อตอบรับกับความต้องการ ของผู้คนในยุคนี้ จะเป็นแบบไหนนั้นต้องตามมาดูกัน

Apple car เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง จากบริษัทสมาร์ตโฟน ที่หันมาผลิตยานยนต์ เพื่อตอบรับความต้องการ ของผู้คนในยุคสมัยนี้ ที่ต้องการเข้าถึงความล้ำสมัยให้มากที่สุด

Apple car กำลังเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลก ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนน่าจะได้ยินข่าวลือมากมาย ที่เชื่อมโยงถึง แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ที่ไร้คนขับจาก บริษัท Apple มีท่าทีว่าไปจับมือกับ บริษัทผลิตรถยนต์ Hyundai

หรืออีกกระแสข่าวก็คือกับ Kia ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในเครือ Hyundai แต่ในเวลาต่อมา ก็ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว ว่าการพูดคุยกัน ต้องหยุดลงชั่วคราว หรือล้มเลิกไปนั่นเอง

Apple car

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สื่อชื่อดังอย่าง Bloomberg ได้เปิดเผยว่า การพูดคุยทั้งสองบริษัท Apple และ Hyundai ยังไม่มีข่าวดีเกิดขึ้น หรืออาจจะไม่มีการทำงานกันเกิดขึ้น

ในเวลาต่อมามีกระแสออกมาว่า บริษัทผลิตรถยนต์ สัญชาติญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Nissan อยู่ระหว่างการพูดคุย เรื่องดังกล่าวกับทางบริษัท Apple แทนโดยท้ายที่สุด ขณะนี้บริษัท Apple เอง ได้ออกมาพูดถึง เรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า อยู่ระหว่างในการพูดคุยอยู่กับ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก อยู่หลายบริษัทด้วยกัน

Apple car หากจะพูดถึง โครงการรถยนต์ไฟฟ้า โดยไร้คนขับ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป กับบริษัทไหนเลยในขณะนี้

อีกทั้งยังมีโครงการ เรื่องพัฒนาศักยภาพของ แอปเปิล คาร์ หรือ iCar ถูกเอาเก็บไว้ ยังไม่ได้ออกมาประกาศ อยู่อีกหลายขั้นตอน ซึ่งถ้าคำนึงถึง หลาย ๆ บริษัทที่มีความหวังว่า จะได้มีโอกาสเข้าร่วมในโครงการครั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ไร้คนขับ ร่วมกับบริษัท Apple

โดย Hyundai และ Kia ถือว่าเป็นบริษัท ชั้นนำระดับโลก ที่ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้ ได้มีการพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ที่มีชื่อว่า KONA ซึ่งมีโรงงานผลิต ชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าว อยู่ที่รัฐแอละแบมา และรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ซึ่งข้อดีของ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ก็คือมีประสิทธิภาพในการชาร์จไฟได้มากกว่า 95% ได้เพียงใช้เวลาแค่ 20 นาที ถ้าหากชาร์จไฟเสร็จ ก็จะสามารถใช้งาน ได้มากกว่า 480 กิโลเมตรเลยทีเดียว โดยโครงการต่อไป ของบริษัท Hyundai ยังได้มีการร่วมกันพัฒนา กับบริษัทในเครืออย่าง Kia อีกด้วย

ซึ่งมีการ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า มากกว่า 27 รุ่น อีกทั้งยังเน้น ที่จะเพิ่มจำนวน การผลิตให้ได้มากถึง 2 ล้านคัน ภายในปี 2024 โดยกระแสของ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่น KONA นี้ ทำให้บริษัท Hyundai เกิดไอเดียขึ้นมาว่า ถ้าได้จับมือกับบริษัท Kia แล้ว ศักยภาพในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า น่าจะมีเอกลักษณ์ จนบริษัท Apple ต้องให้ความสนใจ อย่างแน่นอน

Apple car

ซึ่งหลังจากหลายคน ที่เฝ้าจับตามองว่า Hyundai มีการออกมาพูดถึง ประเด็นเรื่องการให้ ความสนใจที่จะ เข้าร่วมพัฒนาแอปเปิล คาร์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา กลับกลายเป็นว่าบริษัท Apple ค่อนข้างไม่ชอบใจ กับการออกมา พูดถึงเรื่องดังกล่าว ต่อหน้าสื่อเช่นนี้มาก เนื่องจากทาง Apple ต้องการเก็บโครงการ Apple Car ให้เป็นความลับอยู่

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีข่าวลือว่า Apple มีท่าทีที่ต้องการจะหยุดการพูดคุย เป็นเพราะว่าไม่พอใจ กับเรื่องดังกล่าว จากเหตุการณ์นี้ อาจจะพูดได้ว่าบริษัท Apple มีตัวเลือกที่เป็น บริษัทรถยนต์ชั้นนำ ระดับโลก อย่างมากมายทั่วโลก นี้ยังไม่รวม บริษัทรถยนต์รายอื่น ๆ ที่กำลังติดต่อเข้ามา เพื่อพูดคุยกับบริษัท Apple ในอนาคต

หลายคนอาจจะ มีความคิดว่าบริษัท Apple สามารถนำเอา ความได้เปรียบที่มี เป็นตัวที่จะเลือก ใช้สิ่งที่เป็นประโยชน์ จากทางด้านต่าง ๆ ของบริษัทที่มี จุดเด่นในแต่ละเรื่อง มาเป็นตัวเลือกเหล่านี้ เพื่อจับมือกัน คิดค้นรถยนต์ไฟฟ้า

หรือแท้จริงแล้วบริษัท Apple จะออกมาเปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจไม่ร่วมมือกับ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เจ้าไหนเลยก็ได้ แต่จะเปลี่ยนเป็น เข้าซื้อบริษัทรถยนต์ หรือโรงงานผลิตรถยนต์ และดำเนินการผลิตรถเอง เลยก็เป็นได้

และเมื่อไม่นานที่ผ่านนี้ ทางบริษัท Apple ได้ออกมาเปิดเผยว่า บุคคลที่เป็นตัวหลักอย่าง Dr.Manfred Harrer ที่มีดีกรีเคยเป็นผู้นำ ในส่วนแชสซี ซึ่งรับผิดชอบ โครงสร้างรถให้กับ Porsche

โดยกระแสดังกล่าว ทางบริษัท Apple ได้ออกมาเปิดเผยว่า เรื่องของการคิดค้น การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ได้กล่าวถึงว่า ไม่ใช่ข่าวโคมลอย ซึ่งการได้เข้าร่วมของ Dr.Harrer ผู้นำในส่วนแชสซี ถือว่าเป็นเรื่องที่ สำคัญอย่างมาก เนื่องจากว่าในการผลิตรถยนต์นั้น ชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุด ถือได้ว่าคือโครงสร้าง ที่เป็นจุดศูนย์กลางก็คือ “แชสซี (Chassis)

Apple car

หากจะมอง ให้เห็นภาพง่าย ๆ แชสซีนั้นมีรูปร่าง โครงสร้างที่ทำมาจากเหล็ก ที่เชื่อมต่อกับตัวถัง รวมไปถึงเครื่องยนต์ ล้อรถยนต์ ระบบการขับเคลื่อน เพลาขับ ไปจนถึงช่วงล่างทั้งหมด ของรถเอาไว้ด้วยกัน

ซึ่งในคราวนี้บริษัท Apple ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเคยร่วมคิดค้น โครงสร้างที่มั่นคง และปลอดภัยให้กับรถ Porsche มาก่อน ไม่เพียงเท่านี้ เขายังเคยอยู่ใน ทีมพัฒนาของ BMW และ Audi อีกด้วย ก่อนหน้าที่เขา จะได้มาเป็นวิศวกรและสร้างผลงาน ที่อยู่ในเครือ Volkswagen Group มามากกว่า 15 ปี

เขาได้รับหน้าที่ ให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ทางด้านโครงสร้าง รถยนต์ไฟฟ้า ในแผนการที่มีชื่อว่า iCar ทั้งหมด ซึ่งทาง Apple มีความพยายาม ที่จะพัฒนารถยนต์ให้มี สุดยอดสมรรถนะ และเทคโนโลยี เรียกได้ว่าเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และจับตามอง จากผู้คนทั่วโลก ที่จะได้เห็นสิ่งที่ บริษัทเจ้ายักษ์ใหญ่ ในวงการสมาร์ตโฟน ที่หันมาผลิต รถยนต์ไฟฟ้า อย่างจริงจัง

ติดตามเรื่องราวของ มารู้จักCBR250RR กันต่อได้ที่ >>> บทความเกี่ยวกับ รถสปอร์ต

 

เรียบเรียงโดย อลิส

มารู้จักCBR250RR
มารู้จักCBR250RR Sport Bike ความคล่องตัวสูงขนาด 250cc รถที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ ในตัวเมืองที่ให้ฟีลแบบนักแข่ง MotoGP

มารู้จักCBR250RR สุดยอดรถสายแข่ง ที่ทำออกมาเพื่อคนทั่วไป

มารู้จักCBR250RR หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบ ในเรื่องของความเร็ว และการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ อีกยังเป็นสาวกของ ปีกนกยักษ์อย่าง Honda คุณก็ไม่ควรพลาด การป้ายยา ให้ซื้อรถคันนี้!!

กราบสวัสดีเพื่อน ๆ ผู้อ่านที่น่ารัก รวมไปถึงผู้อ่าน ที่สนใจในบทความอย่าง แนะนำ บอกเล่า ทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ ทุกคนเลยนะ และวันนี้ก็มาพบกับผู้บรรยาย ที่หลงรักและเป็น สาวกของทางค่ายปีกยักษ์ Honda อย่าง ComBic

และวันนี้เรา ในฐานะผู้บรรยาย ที่หลงใหลในรถซีรีส์ CBR ก็ได้มาเขียนหัวข้อ รถที่ตนเองชอบมากเสียที ในบทความนี้ อย่างที่ได้บอกไปว่า เราจะมาป้ายยา ให้กับคนที่ชอบความแรง แต่ไม่ใช่คนที่ชอบรถรุ่นใหญ่ เราขอแนะนำเจ้ารถคันนี้ HondaCBR250RR

ถ้าพร้อมสำหรับเนื้อหา มารู้จักCBR250RR และการป้ายยา งั้นก็ตามมากันเลยเจ้าค่ะ

มารู้จักCBR250RR กับข้อมูลที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ เจ้ารถสุดเจ๋งคันนี้

Honda CBR-250RR เป็นหนึ่งในรถของซีรีส์ CBR รุ่นใหม่ที่ทาง Honda ตั้งใจวางจำหน่าย ในช่วงปีที่ 2017 เป็นต้นมาหลังจากที่ ซีรีส์CBR ถูกวางขายล่าสุดในปี 2011

CBR-250RR คือหนึ่งในรถซีรีส์ใหม่ของ CBR ถือว่าเป็นรถ ที่มีค่าแรงบิดหรือ CC น้อยสุดถ้าเราไม่ได้นับรุ่นของ All New CBR-150R โดยที่ในปีของ 2016 – 2017 ที่ผ่านมาทาง Honda ได้ปล่อยรถรุ่นพี่ออกมา อย่างรถรุ่งของ CBR-1000RR

ที่บอกได้เลยว่าสวยงาม และดุดันที่ได้ออกมาโชว์ลวดลาย ในการแข่งขัน บนสนามของ Moto GP ทำให้เป็นเสียฮือฮา ถึงความสวยงามของเจ้ารุ่นนี้ โดยต่อมาทางฮอนด้า ก็ได้พัฒนาและรีโฉมของรุ่น ถัดลงมาด้วย

อย่ารุ่นที่โดยพัฒนาลงมาก็จะมี CBR-650R > CBR-600RR > CBR-300R และท้ายสุดแทนที่จะเป็น รุ่นCBR250R แต่เขากลับทำสิ่งที่ไม่คาดฝัน นั้นคือการออกรุ่น ของคลาสรถเล็กอย่าง 250 cc ให้ออกมาเป็นรถคลาส RR ที่ย่อมาจาก Racing Replica

นั้นเลยทำให้รถรุ่นนี้ ออกมาเป็นรถที่มีรหัสว่า CBR-250RR หลายคนอาจจะสงสัย ว่ารถคลาสย่อว่า RR หรือคลาส Racing Replica นี้คืออะไรตัวย่อนี้ ไม่ได้มีย่อไว้เอาเท่นะ แต่มีเอาไว้บ่งบอกว่า เจ้ารถรุ่นนี้ คือรถสายสปอร์ต อย่างแท้จริงค่ะ

เพราะรถคลาสของ RR จะต้องมี 3 ปัจจัยหลักดังนี้

1 น้ำหนักเบา วัสดุในการทำ ส่วนของสวิงอาร์ม จะถูกเปลี่ยนจากเหล็ก เป็นอะลูมิเนียมแทน จะทำให้มีน้ำหนักที่เบา สามารถควบคุมง่าย ตัวแฟริ่งของรถ มีรูปแบบการถักทอ ทำให้เกิดสมดุลระหว่างขี่ และช่องผ่านผมที่ทำให้รถ ยึดติดท้องถนน และลดแรงเสียดทาน ของแรงลมได้

2 ขุมพลังที่แรงกว่า ตัวของเครื่องแม้ว่า จะอยู่ในคลาสของ 250cc แต่ตัวเครื่องของรถรุ่นนี้ ก็ออกแบบมาใหม่ เพื่อให้มีการถ่ายเทแรงได้ดี ทำให้การออกตัวแรง และรวดเร็ว อีกตัวรถยังมาพร้อม การปรับโหมดการขับ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ในการใช้งาน

3 ล้ำสมัย ด้วยมอเตอร์ของรถ หัวใจหลักในการเร่งเครื่อง ถูกออกแบบมา ให้เป็นแบบเร่งด้วยไฟฟ้า ทำให้อัตราการออกตัวรุนแรง ผสานเข้ากับการทำงาน ของเซนเซอร์ APS ที่ส่งข้อมูลผ่าน ECU ทำให้ทุกครั้งที่บิด จะส่งถึงพลังของตัวรถ

โดยรวมแล้วเจ้ารถรุ่นของ CBR-250RR 2017 เมื่อเทียบกับรุ่นของ CBR-250R 2011 ทำให้เห็นถึงความแตกต่าง แบบเหนือชั้น หรือจะกล่าวได้ว่ารถ รุ่นคลาส250 ไม่มีคันไหนเลยที่กล้าวิ่ง ได้เร็วเทียบเท่ารุ่น 250RR คันนี้ค่ะ

มารู้จักCBR250RR

สเปคของ CBR250RR มีอะไรบ้าง ?

รถชื่อรุ่น : Honda CBR 250 RR Racing Replica

ประเทศที่ผลิต : ในประเทศญี่ปุ่น Ozu และ Kumamoto และอินโดนีเซีย West Java และ Karawang

รถอยู่ในคลาส : Sport bike หรือ Racing bike

สเปคเครื่องยนต์ : 250 CC (จริง ๆ คือ 249.7cc) DOHC 4 จังหวะ

ความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ : 179 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือสามารถวิ่งได้ทั้งหมด 111 ไมล์

จำนวนของเกียร์ : อัตราเร่งพร้อมเร็วของเกียร์ 6 สปีด

วัสดุเฟรมตัวรถ : โครงเหล็กแท้คุณภาพสูง

เบรกตัวรถแบบมาตรฐาน : เบรกหน้ารถเป็นแบบ คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ (Calipers 2p) เบรกหลังเป็นแบบ คาลิปเปอร์ 1 ลูกสูบ (Calipers 1p)

ยางของตัวรถ : ล้อหน้าเป็นยางแบบ 110 / 70-17 54S ล้อหลังแบบ 140 / 70-17 66S

ขนาดตัวรถ : รถมีความยาว 2.06 เมตรมีความกว้าง 0.724 เมตรและมีความสูงที่ 1.09เมตร ความสูงที่นั่ง 0.79 เมตร

ความจุของถังน้ำมัน : สามารถจุน้ำมันได้ทั้งหมด 14.5 ลิตรและสามารถวิ่งได้ เฉลี่ยแล้วที่ประมาณ 24 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตรโดยใช้ความเร็วรวมที่ 68 – 56

มารู้จักCBR250RR

คุณคิดว่า CBR250RR ควรค่าแก่การซื้อหรือไม่?

สำหรับเราผู้เขียนคิดว่า รถคันนี้เป็นรถแนวสปอร์ต ซึ่งสามารถทำรอดความเร็วได้สูง อีกทั้งยังสามารถใช้งาน ในโหมดการขับขี่แบบเมือง (City Mode) ทำให้ตัวรถสามารถใช้งาน บทท้องถนนปกติได้ สำหรับเรารถที่เป็นคลาส RR

ที่มีกำลังเครื่องไม่แรงมาก และราคาก็ไม่สูงมาก ก็เหมาะที่จะเป็นรถคู่ใจ ในการเดินทางสำหรับสายที่ชอบความเร็ว แต่ไม่ต้องการรถที่มี cc ที่สูงเกินไปค่ะ

บทส่งท้ายเจ้ารถสุดเจ๋งอย่าง รถCBR-250RR

ก็มาถึงหัวข้อสุดท้ายของ มารู้จักCBR250RR กันแล้วนะเพื่อน ๆ ผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไร กับเจ้ารถตัวนี้บ้าง สำหรับผู้เขียนเป็นคนที่ชอบ รถในซีรีส์ CBR เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเรียกได้ว่าปลื้มสุด ๆ กับข่าวการเปิดตัวตั้งแต่ปี 2017 และตั้งใจว่าจะมี จอดไว้ในโรงรถสักคันให้ได้

มารู้จักCBR250RR

ก็จบไปแล้วนะคะ สำหรับหัวข้ออย่าง มารู้จักCBR250RR ของเราเป็นอย่างไรบ้างชอบกันหรือเปล่า ถ้าเพื่อนผู้อ่านสนใจ และอยากติดตามเนื้อหา และสาระแบบนี้ก็สามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ของเราได้เลยนะ รับรองว่ามีข้อมูลเจ๋ง ๆ แบบนี้อีกเพียบเลยค่ะ

ยกตัวอย่างเช่นบทความที่น่าสนใจดังนี้ ยานยนต์ไร้คนขับ

ท้ายนี้ หวังว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ นะแล้วไว้พบกันในบทความหน้า กับเพื่อนคู่ใจของคุณอย่าง ComBic ผู้สนใจในเรื่องของรถ กราบสวัสดีค่ะ

เขียนโดย ComBic.III

ยานยนต์ไร้คนขับ
ยานยนต์ ไร้คนขับ เพราะว่าในปัจจุบัน เทคโนโลยี ยานยนต์ไร้คนขับ เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรม ที่ทั่วโลกต่างรอคอย

ยานยนต์ไร้คนขับ อนาคตที่มาพร้อมกับ เทคโนโลยีระดับโลก มาในรูปแบบ ของยานพาหนะ

ยานยนต์ไร้คนขับ หลายคนที่กำลัง พยายามปรับตัว ให้เข้ากันกับ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ของเทคโนโลยี ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการงาน การดำเนินชีวิตประจำวัน

ทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลง ไปจากเดิมมาก นอกจากนี้ยังมี การนำเทคโนโลยี เข้ามาใช้กับ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การติดต่อสื่อสาร การโรงแรม การเดินทาง หรือแม้แต่ ยานพาหนะเอง ก็ได้มีการนำ เทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้

ซึ่งถือว่าเป็น นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอย่างมาก และสำหรับคน ที่ชอบเทคโนโลยี ประเภทแบบนี้ ก็คงพลาดไม่ได้ ที่จะศึกษา เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ ของรูปแบบใหม่ ๆ ที่กำลังเข้ามานั่นเอง ซึ่งในวันนี้เราจะมา แนะนำ รถแห่งอนาคต ที่น่าสนใจ มาดูกันว่า จะถูกใจและน่าตื่นเต้น กันขนาดไหน เราจะมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันเลย

ยานยนต์ไร้คนขับ

ยานยนต์ไร้คนขับ ความหรูหราที่มาพร้อม กับเทคโนโลยี ที่พัฒนา ระดับเทพของ รถยนต์อนาคต

หากใครที่เคย ดูหนังแอคชั่น สุดเจ๋งคงเคยได้เห็น ตำนานปอร์เช่ นวัตกรรมรถยนต์ ที่มีความเหนือชั้น เป็นรถยนต์ที่มี รูปแบบราวกับว่า เป็นรถยนต์ที่มาจาก โลกแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีที่ ไม่ต้องใช้น้ำมัน ในการใช้เชื้อเพลิง ในการขับเคลื่อน

หรือรถยนต์ที่ สร้างและตั้งค่าการ ควบคุมให้สามารถ เดินทางได้เอง ซึ่งการพัฒนารถ ในปัจจุบันนี้ ได้มีการพัฒนา ให้เป็นแบบนั้น ได้แล้วจริง ๆ เป็นเรื่องที่กำลัง เป็นที่น่าสนใจ กันเป็นอย่างมาก กับคนที่ชอบรถ

เพราะมีการปรับปรุง ให้รถยนต์สามารถ เคลื่อนที่ได้จาก พลังงานไฟฟ้า แทนรถยนต์ที่ ใช้น้ำมันอยู่ ในขณะนี้ ที่กำลังจะค่อย ๆ ตกยุคไปแล้วนั้นเอง นอกจากนี้เรา จะยังนำเสนอ ในเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วย ให้ชีวิตของเรา สะดวกและสบาย มากยิ่งขึ้น

ยานยนต์ไร้คนขับ

นวัตกรรมสุดทึ่ง ที่โลกไม่เคยมีมาก่อนในปี 2040 ที่จะมาถึงนี้

อย่างที่เราทราบ กันดีว่าราคา ของต้นทุนของแบตเตอรี่ ที่เราใช้กันอยู่นั้นค่อย ๆ พัฒนาขึ้นไม่น้อยเลย เป็นเหตุให้รถ ที่ใช้จากพลังงานไฟฟ้า มีราคาถูกกว่า รถที่ใช้น้ำมันอย่างมาก รถที่ใช้การ เผาไหม้ของเชื้อเพลิง ทำให้เกิดควันเสีย เป็นพิษให้แก่ธรรมชาติ

และยังเป็นอันตราย ต่อคนและสภาพแวดล้อม ทำให้มีการ คิดค้นรถไฟฟ้า ขึ้นมาเพื่อทดแทน กับสิ่งที่เกิดขึ้น อยู่ในตอนนี้ การพัฒนารถยนต์ ทำมีการคาดการณ์ของปี 2040 ที่จะมาถึงนี้ว่า รถยนต์ที่จะ ถูกพัฒนาขึ้น จะเป็นรถที่มี รูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย และให้ความรู้สึก ที่สะดวกสบายกว่าเดิม

ถ้าถามว่ารถยนต์ ที่เราใช้กันอยู่ ในทุกวันนี้ มีความสบาย กันแล้วหรือยัง ก็คงต้องบอกเลยว่า ถือว่าสบายอยู่แล้ว พอสมควรค่ะ ไม่อยากคิดถึงในปี 2040 เลยว่าเขาจะมี วิธีการอย่างไร ให้ผู้ใช้สามารถ ได้รับความรู้สึก ที่สะดวกสบาย มากขึ้นกว่านี้

โดยจากการที่เรา คาดการนั้นก็คือ รถยนต์ในอนาคตนั้น จะมีการปรับ รูปแบบของเก้าอี้นั่ง ได้หลากหลายมากขึ้น ภาพของจอแสดงผล มีความคมชัด และให้รายละเอียด ที่สมจริงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี ในเรื่องของการ สแกนลายนิ้วมือ หรือตรวจสอบจากม่านตา มาใช้แทนการใช้ กุญแจรถยนต์อีกด้วย

ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ ถือว่าเป็นเทคโนโลยี ที่เป็นไปได้ ในการนำมาปรับใช้ เพราะเทคโนโลยี ของโทรศัพท์ของเรา ตอนนี้ได้มีการ นำเทคโนโลยีเหล่านี้ มาใช้แล้วและ ที่สำคัญที่สุด ก็คือกระจกนิรภัย ภายในรถสามารถ เป็นจอสำหรับ เป็นจอแสดงผลต่าง ๆ โดยใช้การสัมผัสนั่นเอง

ยานยนต์ไร้คนขับ

วงการ รถยนต์ไร้คนขับ ai จะเข้ามาแทนที่ แบบเต็มตัวในอีก 30 ปีข้างหน้านี้

เพราะจากปัญหา ที่ทำให้หลายคน ต้องเจ็บหนักกับ ภาระค่าใช้จ่าย ในเรื่องนำมัน เงินเดือนบางคน แค่จ่ายนำมัน ในแต่ละเดือน ก็แทบจะไม่เหลือ ไว้ใช้อย่างอื่น ๆ ซึ่งในปี 2050 มีการคาดการณ์ว่า เป็นยุคที่รถ ใช้น้ำมันถือว่า ตกยุคแล้วจริง ๆ เพราะในหลาย ๆ ประเทศรวมถึง ประเทศไทยเอง ก็ได้มีการ ใช้รถไฟฟ้าแทน รถใช้น้ำมันกันแล้ว

อย่างที่เราได้บอกไป ว่าการใช้รถไฟฟ้า จะช่วยลดการ สร้างภาวะโลกร้อน และแก๊สเรือนกระจกต่าง ๆ ทำให้เราสามารถ ช่วยลดภาวะโลกร้อน อีกทั้งยังเป็น การนำเทคโนโลยี เข้ามาจัดการ ได้อย่างเหมาะสม

ถึงแม้บางประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย อาจจะยังไม่พร้อม รับสถานการณ์ เหล่านี้มากนัก แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศเราเอง ก็สามารถปรับตัว และก็จะค่อย ๆ พัฒนาได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็น อีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่ มีกำลังพอสำหรับ ซื้อรถไฟฟ้า มาใช้กันนั่นเอง

ไม่จำเป็นต้อง ขับรถให้เหนื่อย ในการเดินทางไกล อีกแล้วจริงหรือ?

ในอนาคตนอกจาก รถยนต์จะเป็น รถพลังงานสะอาด แล้วยังจะมีการพัฒนา ในเรื่องของการ ใช้งานอีกด้วย รถยนต์ในอีก 30 ปีข้างหน้านี้ ไม่จำเป็นจะต้อง ใช้ระบบขับเองอีกแล้ว เพราะสามารถ ตั้งค่าให้ตัวรถ สามารถขับแบบ อัตโนมัตินั่นเอง

ซึ่งเทคโนโลยีนี้ ยังอยู่ในกระบวนการ ยานยนต์ไร้คนขับ วิจัย และการพัฒนาอยู่ จำเป็นจะต้อง มีการทดสอบ ความปลอดภัยและระบบต่าง ๆ สามารถทำงาน กันได้อย่างมี ประสิทธิภาพหรือไม่ เราแอบหวังว่า รถที่ถูกผลิตออกมา จะสามารถช่วยให้ ลดการเกิดอุบัติเหตุ ทางท้องถนนได้จริง

หากเป็นไปได้ จะยิ่งช่วยให้ การจราจรต่าง ๆ เป็นไปได้อย่าง มีระบบมากขึ้น การใช้รถยนต์ ที่มีระบบ ที่ทันสมัย นอกจากจะช่วยให้ ลดอุบัติเหตุได้แล้ว ยังช่วยลดการ ก่ออาชญากรรม และประหยัดค่าใช้จ่าย ในการจ่ายนั้น ๆ ได้มากอีกด้วย

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีเรื่อง ที่น่ากังวล เกี่ยวกับการใช้ เทคโนโลยีนั่นก็คือ ราคาในการซื้อ รถไฟฟ้ามาใช้ ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง อยู่ในตอนนี้ ความแน่ใจในความปลอดภัย ในการทำงาน ของระบบตัวรถ

และรถรุ่นใหม่ อาจไม่ได้เหมาะสม กับทุกคนก็เป็นได้ จำเป็นจะต้อง ได้รับการเรียนรู้ การใช้งานที่ถูกต้อง และมีขั้นตอน การปฏิบัติที่เหมาะสม

รถยนต์อนาคต ถือว่าเป็นเทคโนโลยี ที่กำลังมาแรงอย่างมาก เป็นที่จับตามอง ของวงการรถยนต์ และเร่งทำงานหนัก เพื่อผลิตรถยนต์ ที่ได้มาตรฐาน เป็นที่ต้องการ ของทุกคน ซึ่งใครที่สนใจ เกี่ยวกับรถในอนาคต

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้จากช่องทาง ออนไลน์มากมาย เพียงแค่ค้นหา รถยนต์ไร้คนขับ ภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่จะเป็น ข้อมูลจากต่างประเทศ ถือว่าเป็นการ อัพเดทแบบเรียลไทม์จริง ๆ นอกจากนี้ใคร ที่ชอบข่าวสารเกี่ยวกับ เทคโนโลยี ยานยนต์ไร้คนขับ บทความ สามารถเข้ามา อ่านบทความของเรา ได้ใหม่ในครั้งถัด ๆ ไปนะคะรับรองว่า จะมาอัพเดท เรื่องที่น่าสนใจ ไว้รอให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามกันค่ะ

เรียบเรียงโดย NANAMI

อะไหล่รถใหม่
อะไหล่รถใหม่ ADIVA AD1 REAR H2 รุ่นใหม่โช๊คหลัง พร้อมระบบกันสะเทือนด้านหลัง ปี 2022

อะไหล่รถใหม่ ADIVA AD1 REAR H2

อะไหล่รถใหม่ โช๊คช่วงล่างด้านหลัง แนะนำอุปกรณ์รถซิ่ง จากสินค้า ADIVA AD1 REAR H2 รายชื่ออะไหล่รถยนต์ เป็นการออกแบบใหม่ ที่ทำให้ท่อ สามารถเก็บของเหลว ได้มากยิ่งขึ้น แถมยังแยกช่องก๊าซได้เช่นกัน

ส่วนของลูกสูบวาล์ว อะไหล่ยนต์ มีช่วงที่กว้าง ทำให้มีพื้นที่ สำหรับการทำงาน แม้รถยนต์ของเรา จะวิ่งบนพื้นถนน ที่ขรุขระมาก หรือสูงชันมากก็ตาม ในด้านห้องก๊าซ และพรีโหลดสปริง ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่า ตามความต้องการของเราได้ ซึ่งนำไปรวมกับ ช่องก๊าซภายใน เพิ่มการบีบอัด ด้วยสปริงที่ปรับง่ายมาก ๆ นอกจากนี้ พรีสปริงยังสามารถตั้งค่า ตามความจำเป็น ของผู้ขับขี่

ที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่ง ก็คือผู้ขับขี่ สามารถปรับความสูง ได้สูงสุดที่ 5 มิลลิเมตร มีการรับประกันหลังซื้อ – ขาย 12 เดือน นับจากวันที่ซื้อ (ประเทศไต้หวัน)

มีให้เลือกทั้งสีปกติ และสีดำ ราคาอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท (ไม่รวมค่าติดตั้ง) สำหรับสถานที่ซื้อขายอเมริกา ผ่านอีเมล [email protected]

อะไหล่รถใหม่

หากใครสนใจเรื่องราว เกี่ยวกับข้อมูล อะไหล่แต่งรถยนต์ หรือร้านแนะนำ ขายอะไหล่รถยนต์ออนไลน์ ตัวเลือกมากมาย ลองเข้าไปอ่านได้ที่ รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน มีทั้งเทคนิคแต่งรถ อัปเดตข่าวยานยนต์ รถแห่งอนาคต รถสปอร์ต หรือมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ

เรียบเรียงโดย M.Varin

ยอดไฮเปอร์คาร์
ยอดไฮเปอร์คาร์ ที่สุดของยนตรกรรมอันมีเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ที่ทรงพลังที่สุดของโลก

ยอดไฮเปอร์คาร์ การฉีกทุกกฎโครงสร้าง เทคโนโลยีวิศวกรรมทั้งปวง ด้วยเครื่องยนต์ที่มอบพลังอันมหาศาล เพื่อที่จะเป็นประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่

ยอดไฮเปอร์คาร์ สำหรับผู้ที่มีความชื่นชอบหลงใหล ในเรื่องของเครื่องยนต์กลไก โดยเฉพาะในเรื่องของรถยนต์ ยอดไฮเปอร์คาร์ อีกทั้งยังเป็น ผู้ที่มีความชื่นชอบ ในเรื่องของความเร็ว การที่จะเลือกหาความแตกต่างกันระหว่าง ไฮเปอร์คาร์ กับ ซุปเปอร์คาร์ และครอบครองมัน

ก็คงจะต้องเป็นเรื่อง ที่จะต้องใช้เวลา ในการพิจารณาว่ารถยนต์ ไฮเปอร์คาร์ มีอะไรบ้าง กันอยู่เป็นอย่างมาก เพราะเนื่องด้วยจาก ความเจริญก้าวหน้า ทางด้านเทคโนโลยี วิศวกรรมเครื่องยนต์ ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ล้วนได้รับการพัฒนา ให้มีความล้ำหน้า กันไปอย่างมาก

รถยนต์ที่มีกำลังแรงม้าสูงอย่างเช่น ไฮเปอร์คาร์ ในไทย ก็ไม่ได้ถูกจำกัด อยู่เฉพาะในกลุ่มของรถ ” Super Car “ แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบ มาเพื่อการเจาะกลุ่มตลาด ของรถยนต์กลุ่มที่ ใช้งานในครอบครัว

อย่างเช่นรถยนต์ในกลุ่มของรถ ” SUV “ ที่ถูกนำมาวิ่ง ใช้งานกันอยู่ ในท้องถนนนั้น ก็มีกำลังแรงม้า ที่สูงมากถึง 600-700 แรงม้ากันเข้าไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นรถยนต์ ในกลุ่มตลาดใช้งานแบบทั่วไป ที่มีพละกำลังของเครื่องยนต์ อันแสนจะเหลือเฟือ สำหรับการใช้งาน

อีกทั้งค่ายของ ผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ที่ได้เข้ามาทำตลาดการค้า รถสวย รถซิ่ง วิ่งทำกิน กันอยู่ในประเทศไทย ต่างก็ได้มีนโยบาย ในเรื่องของการพัฒนาเครื่องยนต์ ให้มีพละกำลังของแรงม้าที่สูง แต่กลับมีอัตราของ การสิ้นเปลืองพลังงานที่ต่ำ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ อันสูงสุดของผู้ที่ ใช้งานรถยนต์นั่นเอง

แล้วด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ประเด็น ในเรื่องที่ว่ารถยนต์ เฟอร์ รา รี่ ไฮ เปอร์ ค่า ร์ ที่มีขุมพลังแรงม้าสูง สามารถทำความเร็วได้มาก ก็ได้กลายมาเป็นประเด็นหลักๆ ที่กลุ่มของลูกค้า ยอดไฮเปอร์คาร์ ผู้ใช้รถยนต์ในตลาด ได้ทำการพูดถึง และพิจารณากัน ก่อนการตัดสินใจซื้อ

ก็เพราะเนื่องจากว่า รถยนต์ที่มีอัตราเร่ง ของเครื่องยนต์ที่ดี และสามารถที่จะทำ ความเร็วสูงสุดได้อย่างน่าทึ่ง ในขณะที่ก็ยังสามารถ รักษาระดับของ อัตราการสิ้นเปลือง พลังงานเชื้อเพลิง ได้เป็นอย่างดีไม่แพ้กัน ก็ได้กลายเป็นสิ่งที่ ดึงดูดความสนใจ ของผู้ใช้รถในปัจจุบันนี้ กันเป็นอย่างมากนั่นเอง

ยอดไฮเปอร์คาร์ แล้วรถยนต์แบบไหนกันเล่า ที่เป็นที่สุดของเทคโนโลยีรถยนต์ในปัจจุบัน และรถยนต์พวกนั้นสามารถที่จะทำความเร็ว ให้ได้มากมายกันสักเท่าไหร่แน่น?

สำหรับการที่รถยนต์สักคันหนึ่ง จะถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้เป็นรถยนต์ ยอดไฮเปอร์คาร์ ที่สามารถทำความเร็ว ได้อย่างดีเยี่ยมนั้น ปัจจัยที่เป็นในเรื่องของ สมรรถนะของเครื่องยนต์ ก็ไม่ใช่เหตุผลเดียว ที่จะทำให้รถยนต์คันนั้น เป็นที่สุดเหนือจากรถยนต์คันอื่น

แต่มันก็ยังคงมี องค์ประกอบอื่นซึ่งอยู่ใน บทความเกี่ยวกับ รถสปอร์ต ที่จะถูกนำมาใช้ เพื่อเป็นปัจจัย ในการส่งเสริมให้รถยนต์คันนั้น สามารถที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้า ด้วยการออกแซง รถยนต์ทุกคัน ที่อยู่บนท้องถนน แบบขาดลอยหลายช่วงตัว

โดยปัจจัยดังกล่าว ก็จะมีทั้งในเรื่องของ ระบบช่วงล่างที่มีความเสถียร และมีความแข็งแรง ทนทานเป็นอย่างมาก อีกทั้งระบบการส่งกำลังของรถยนต์ ที่จะต้องสามารถ ทำงานได้อย่างฉับไว และมีความสัมพันธ์กัน ในระบบเป็นอย่างดี

อีกทั้งในเรื่องของ วัสดุที่ถูกนำเอามาผลิตสร้าง ขึ้นเป็นตัวถังของรถ รวมไปจนถึงในเรื่องของ เทคโนโลยีของการออกแบบ รูปร่างลักษณะของตัวรถ ที่จะต้องมีการออกแบบ ให้ถูกต้องเป็นไป ตามหลักการทาง ” อากาศพลศาสตร์ “ ( Aerodynamics )

โดยในเรื่องของ การออกแบบรูปร่างลักษณะ ของตัวถังของรถยนต์นั้น จะเป็นเรื่องที่ มีความละเอียดอ่อน และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่แพ้กับปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้รถยนต์ สามารถทำความเร็ว ได้อย่างยอดเยี่ยม

ซึ่งตัวเลขความเร็ว ที่ทางผู้ผลิตได้ระบุเอาไว้ ในเอกสารของรถนั้น ก็ดูเหมือนว่า จะยังไม่เพียงพอ ที่จะสร้างความมั่นใจ ให้กับผู้ที่กำลัง จะตัดสินใจซื้อรถยนต์ ของบริษัทตน เพราะอีกหนึ่งขั้นตอน ที่จะขาดไปไม่ได้นั่นก็คือ

การที่บริษัทผู้ผลิต จะต้องนำเอา นวัตกรรมยานยนต์ ของทางบริษัท ออกทดสอบวิ่งจริง เพื่อเป็นการจับสถิติความเร็วรถยนต์ ที่สามารถจะทำได้จริง บนสนามที่เป็นทางวิ่ง สำหรับการทดสอบ สมรรถนะของเครื่องยนต์โดยตรง

และเมื่อในทันที ที่ได้ทำการทดสอบรถยนต์ จนได้ตัวเลข ที่เป็นค่าความเร็วสูงสุด อย่างแท้จริงแล้ว ก็จะถึงเวลาที่จะต้อง นำเอาตัวเลขความเร็ว ที่สามารถบันทึกได้ ไปจดเป็นสถิติ และทำการเผยแพร่ ข่าวสารข้อมูลในเรื่องนี้ ออกไปยังกลุ่มลูกค้า ที่เป็นกลุ่มของเป้าหมายในทันที

โดยการกระทำเช่นนี้ ก็จะเป็นสิ่งที่ ช่วยให้กลุ่มของลูกค้า เกิดมีความสนใจ และเกิดความน่าเชื่อถือ ขึ้นมาอีกเป็นอย่างมาก และในเรื่องนี้ ก็จะส่งผลไปถึง ในส่วนของยอดจองรถยนต์ที่เป็น รถไฮเปอร์คาร์ 2022 ของทางบริษัท ที่จะพุ่งทะยาน ขึ้นไปสูงสุดนั่นเอง

ยอดไฮเปอร์คาร์

ที่สุดของรถยนต์ ไฮเปอร์คาร์ 2022 อันเกิดขึ้นจากการคิดค้นในเรื่องของเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีสมรรถนะความเร็ว ในการขับขี่อย่างเหนือชั้น

1. Hennessey Venom GT ( 435 Km/h )

นี่คือที่สุดของรถยนต์ ที่เป็นผลงานชิ้นเอกของสำนักโมดิฟายชื่อดังอย่าง Hennessey “ โดยมันเป็นจรวดทางเรียบ ที่ได้รับการพัฒนามาจาก พื้นฐานของรถยนต์ Lotus Frankenstein “ ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 70 ลิตร ผนวกเข้ากันกับ ” Twin Turbo V8 “ สามารถให้พละกำลังที่สูงถึง 1,244 แรงม้า

โดยเจ้าม้าศึกคันนี้ ได้ทำการอวดโฉม ให้โลกได้ซึ้ง ถึงในเรื่องของสมรรถนะเครื่องยนต์ของมันที่ Kennedy Space Center “ ภายใต้ระบบการจดสถิติ ของความเร็วที่สำคัญโดย ” Guinness Book of World Records ” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก

และแล้วทุกคนในที่นั้น ก็ได้ประจักษ์ถึงความเร็วในระดับ 270.4 ไมล์/ชั่วโมง หรือว่าอยู่ที่ประมาณ 435 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ก็มีเสียงคัดค้าน การจดสถิตินี้ อยู่บ้างก็ตรงที่ มันเป็นการทดสอบ ขาไปเที่ยวเดียว โดยไม่มีการตรวจสอบ ในขากลับเป็นครั้งที่สอง

อีกทั้งมันก็ยังเป็น สุดยอดยานยนต์ ที่ถูกผลิตออกสู่ตลาด ในจำนวนที่ไม่มากนัก จนคนในวงการรถยนต์ ต่างพากันลงความเห็นว่า มันเป็นรถยนต์ ที่ไม่ได้ถูกกำหนด เอาไว้ในสายการผลิต เพื่อการออกจำหน่าย กันอย่างจริงจัง

ยอดไฮเปอร์คาร์

2. SSC Tuatara ( 508.73 Km/h )

นี่คือยานยนต์จอมบ้าพลัง ที่มีสัญชาติเป็นอเมริกัน โดยมีขุมพลังเป็น เครื่องยนต์แบบ V8 และกระบอกของลูกสูบ ที่มีขนาดยักษ์ถึง 5.9 ลิตร ซึ่งมาพร้อมกับ เทอร์โบแบบคู่ สามารถมอบพลังแรงม้า ได้อย่างมากมายมหาศาลถึง 1,750 แรงม้า

และมันก็สามารถ ที่จะรีดพลัง ได้อย่างมหาศาล ถึงแม้ว่าจะใช้น้ำมัน E85 โดยทางบริษัทของผู้ผลิต ก็ได้ทำการเคลม สถิติความเร็วเอาไว้ว่า พวกเขาได้ทำการทดสอบ ด้วยการวิ่งไปสู่จุด ” Top Speed “ ถึงสองครั้งด้วยกัน และมันก็ได้ชื่อว่าเป็น ไฮเปอร์คาร์ที่แพงที่สุดในโลก

และสามารถที่จะจดบันทึก สถิติที่เป็นตัวเลข ของความเร็วได้สูงถึง 316.11 ไมล์/ชั่วโมง หรือเป็นความเร็ว ที่อยู่ที่ประมาณ 508.73 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นตัวเลข ที่สามารถทำลาย ได้ทั้งสถิติของ ” Bugatti “ กับ ” Koenigsegg “ ที่เคยได้ทำเอาไว้ได้ เมื่อหลายปีก่อน

และด้วยเหตุนี้เองที่ ซีอีโอของ SSC “ นั่นก็คือ ” Jerod Shelby “ ได้ออกแถลงการณ์ เพื่อที่จะยืนยันผลการทดสอบ ด้วยข้อมูลที่ได้ทำการเก็บเอาไว้ ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้

ยอดไฮเปอร์คาร์

3. Bugatti Chiron Super Sport 300+ ( 490.48 Km/h )

ในช่วงเวลาของเดือนสิงหาคม ปี 2019 ทางด้านของ Bugatti “ ได้เคยนำเจ้าสุดยอดรถยนต์อย่าง ” Chiron Super Sport 300+ “ ไปวัดรอยสถิติความเร็วเดิมที่ ” Hennessey Venom F5 “ ได้เคยทำเอาไว้ 

และมันก็ได้กลายเป็นรถยนต์คันแรกของโลก ที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากเกิน 300 ไมล์/ชั่วโมง หรือประมาณราว 482.8 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮา ได้เป็นอย่างมากในเวลานั้น

โดยมันเป็นนวัตกรรมยานยนต์ที่มากับเครื่องยนต์ ขนาดยักษ์ 16 สูบ ที่มีปริมาตรความจุของเครื่องยนต์ถึง 8 ลิตร และมีการทำงาน ที่ควบคู่กันไปกับเทอร์โบอีก 4 ตัว อีกทั้งมันยังได้ถูกผลิต ออกมาเพียงแค่ 30 คันในโลกเท่านั้น

อีกทั้งทางด้านของ บริษัทผู้ผลิตในประเทศฝรั่งเศส เขาก็ยังคงมีการพัฒนา ต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเพิ่มสถิติตัวเลขความเร็ว ของรถยนต์ที่ตนเองผลิตนั่นเอง โดยมีความต้องการ ที่จะเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ที่สามารถทำความเร็วได้มาก ที่สุดในโลกตลอดกาล @UFA-X10

Artist Em