Audi a8
Audi a8 horch รุ่นใหม่ ลงตลาดจีนโดยเฉพาะ

Audi a8 horch เปิดตัวรุ่นใหม่ สุดหรูหรา ‘ HORCH ‘ เฉพาะประเทศจีน

Audi a8 Horch จากแบรนด์หรูสัญลักษณ์ วงกลม 4 ห่วง ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากประวัติศาสตร์ของ Audi จากคุณ August Horch หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน ซึ่งติดป้ายชื่อรุ่น อย่างเด่นชัด หน้ากระจังหน้าของ A8 L พิเศษรุ่นนี้

เคลือบด้วย 2 เฉดสี เข้าด้วยกัน เช่น Oakrun และ Nimbusgrau โทนสีผสม นอกจากนั้น ยังได้รับการปรับปรุง ให้มีชิ้นส่วนโครเมียมมากขึ้น ให้ความรู้สึกหรูหรายิ่งขึ้น เข้ากับไฟหน้า digital matrix LED headlights พร้อมไฟ DRL 

สำหรับเบาะหลังด้านใน ดีไซน์สวยหรู มีที่วางของ พร้อมจอดิจิทัลให้เพิ่มเติม ควบคุมฟังก์ชันสภาพอากาศ และจอทีวี ดูสื่อความบันเทิงได้ เท่านั้นไม่พอ ยังมีหมอนพิงหลัง ปรับเบาะนั่ง ด้วยระบบไฟฟ้า การทำความร้อนและความเย็น การนวด ครบครัน

Audi a8 horch

Audi A8 รีวิว ห้องโดยสารด้านหน้า ส่วนใหญ่จะเหมือนกับรุ่นมาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีโลโก้พิเศษ ที่สามารถมองเห็น บนล้อขนาดใหญ่ ที่มีเฉพาะในรุ่นนี้ และมีตราสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่ประตูด้านหลัง แต่ละบาน
Audi A8 2021 ราคา หลักล้าน จะมีการจัดงานแสดง ณ เมืองกว่างโจวออโต้โชว์ เจาะกลุ่มไปที่ลูกค้า ผู้บริหารระดับสูงในจีน และจะยังไม่ลงตลาด สหรัฐอเมริกา แม้บางท่านจะอยากได้แค่ไหนก็ตาม เพราะขายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้นนะคะ

Audi a8

เรียบเรียงโดย : M.Varin

แนะนำ Toyota GR86
แนะนำ Toyota GR86 เพิ่งเปิดตัวใหม่ไปหมาด ๆ

แนะนำ Toyota GR86 เพิ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ กับน้องใหม่ โตโยต้า GR86

แนะนำ Toyota GR86 รุ่นสุดท้องน้องสุดท้าย ของ Toyota GT ที่ใช้รหัส GR (Gazoo Racing) ชั่วโมงนี้คงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จักเค้า เหตุผลเพราะน้อง GR86 นางดันไปใกล้เคียงกันกับ Subaru BRZ ถึงขนาดที่มี สื่อของญี่ปุ่นบางสำนัก จับมาเคียงคู่กัน

ทำให้สังเกตุเห็น ถึงความเหมือน พี่น้องแฝดคนละฝาคู่นี้ ไม่แปลกใจเลย เหตุผลเป็นเพราะ โตโยต้าจับมือกับซูบารุ ผลิตรถยนต์สปอร์ตรุ่น นี้ออกมาเพื่อตอบสนอง ความต้องการของ ผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและแรง

แถมโฉบเฉี่ยวสวยจนตะลึง ตัวบอดี้มีความเท่ากันแบบเป๊ะ ๆ ซึ่งเรื่องนี้ทางโตโยต้า บอกว่ามีการปรับปรุง ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น แค่น้ำหนักเบากว่า 45 กก. ตัวเครื่องยนต์เป็นเบนซิน 4 สูบ จ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด 228 แรงม้า มีแรงบิด 3,700 รอบต่อนาที

ที่แตกต่างกัน ของทั้งสองรุ่นคือ เสียงของเครื่องยนต์ ถ้าเป็น RG86 จะดุดันดั่งฟ้าคำราม แต่เสียงเครื่องยตน์ของ BRZ จะสมูทกว่ากันมาก

Toyota GT รุ่นที่หลายคนให้ความสนใจ อยากจับจองมาก

แนะนำ Toyota GR86

สำหรับรุ่นนี้ใช้ยาง Michelin Primacy HP ขนาด 215 /45R17 เหมาะอย่างยิ่งกับการดริฟท์ สำหรับการลงเขา การเข้าโค้งดียิ่งขึ้น ด้วยขนาดของล้อ 18 นิ้วแถมมีระบบ กันสะเทือนหน้า แบบแมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนกันสะเทือนหลัง ได้มีการเพิ่มการ ติดตั้งปีกนกสองชั้น

ไฟหน้าเป็น LED ไฟเดย์ไลท์ที่ออกแบบมาเพื่อสปอร์ตโดยเฉพาะ ดีไซน์ให้มีความยาวเรียวมากขึ้น ท่อไอเสียมาแบบคู่จ้า ส่วนหลังคาและฝากระโปรงของน้องใช้วัสดุอลูมิเนียมชั้นดีเพราะเหตุนี้มั้งเลยทำให้น้ำหนักตัวรถเบาลง

ภายในห้องโดยสาร หรูหราดูมีชาติตระกูล มีตราสัญลัก RG ที่พวงมาลัยด้วย แผงหน้าปัดเป็นดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว

โดยรวมแล้วงามสมราคา แรงสมคำล่ำลือ จริง ๆ สำหรับรถสปอตร์ 2 ประตูคันนี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่า gr86 เข้าไทย เมื่อไหร่ 

Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด
Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด

Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด จากยอดส่งมอบ รถรุ่นล่าสุด สูงสุดเป็นประวัติการณ์

Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด โดยมีรายได้ 1.62 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่สาม แม้ว่าจะมีปัญหา การขาดแคลน เซมิคอนดักเตอร์ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และความท้าทาย ด้านซัพพลายเชนอื่นๆ

โดยมีรายรับเพิ่มขึ้น 57% เป็น 13.8 พันล้านดอลลาร์ และอัตรากำไรขั้นต้น ของยานยนต์ เพิ่มขึ้นเป็น 30.5%

ผู้บริหารคาดว่า ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า ของเทสลาอย่างแข็งแกร่ง จะช่วยขับเคลื่อน การเติบโตต่อไป แม้ว่าจะเร่ง การผลิตในโรงงาน ประกอบใหม่ ในเท็กซัส และเยอรมนีก็ตาม

เทสลาได้รับเงินช่วยเหลือ 279 ล้านดอลลาร์ ในการขายสินเชื่อ ตามกฎระเบียบ ให้กับคู่แข่ง แม้ว่าตัวเลขดังกล่าว จะลดลงในไตรมาสที่สอง ติดต่อกัน

Tesla กำไรไตรมาสล่าสุด

ผู้ผลิตรถยนต์ สร้างสถิติ การส่งมอบทั่วโลกที่ 241,391 คัน ในไตรมาสล่าสุด  เพิ่มขึ้น 73 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อนหน้า เทสลากล่าวว่า ราคาขายเฉลี่ยลดลง 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจาก Model 3 ที่มีราคาต่ำกว่า และ Model Y มีสัดส่วนเกือบทั้งหมด

“โดยรวมแล้ว ฉันภูมิใจมาก กับสิ่งที่ทีม ทำสำเร็จ และรู้สึกตื่นเต้น สำหรับการเติบโต ในระยะต่อไป ในไตรมาสที่ 4 และปี 2565” CFO Zach Kirkhorn กล่าวในการพูดคุย กับนักลงทุนในวันพุธ

“ทีมงานได้ทำงานหนัก ในการปรับปรุง สภาพทางการเงินของเรา ในช่วงเวลาสั้น ๆ ในขณะที่ยังคง ปรับปรุงความแม่นยำ และความเร็วในการทำงาน ของเราต่อไป”

CEO Elon Musk ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม อย่างที่เคยทำมาแล้วในอดีต เขาพูดถึงไตรมาสที่แล้วว่า เขาอาจจะข้ามสายไปบ้างในอนาคต

รถประหยัดพลังงาน
รถประหยัดพลังงาน ทางเลือกใหม่ ที่ช่วยให้คุณ ประหยัดเงินในกระเป๋า

รถประหยัดพลังงาน ประหยัดพลังเงิน รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด ช่วยคุณประหยัด ในระยะยาว

รถประหยัดพลังงาน หรือจะเรียกว่า รถ พลังงานสะอาด ก็ได้ เป็นเทรนใหม่ ๆ สำหรับคนที่ ใส่ใจรักษ์โลก เพราะในปัจจุบัน ปัญหาทางด้าน มลภาวะได้ เพิ่มความรุนแรง มากขึ้นทุกวัน ๆ ปัญหาโลกร้อน ที่เป็นปัญหา ในระดับโลก และ  PM 2.5 ที่ทำลายสุขภาพ ผู้คนบนโลก และตัวการหลัก ๆ ที่ก่อให้เกิด ปัญหามลภาวะ ทางอากาศก็คือ ควันจาก รถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง ที่ใช้น้ำมัน และวิ่งกันเต็มถนน อยู่ทุกวันนั่นเอง

ตั้งแต่ในขั้นตอน การผลิต การใช้งาน จนไปถึงการ ทำลายทิ้งเมื่อ หมดอายุการใช้งาน ในทุกขั้นตอน ของวงจรรถยนต์ ล้วนแล้วแต่ต้อง ใช้พลังงานทั้งสิ้น รวมถึงราคา น้ำมันโลกที่มี ความผันผวน และสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ทำให้ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค เริ่มให้ความสนใจ รถประหยัดพลังงาน และเล็งเห็นถึง ความสำคัญของ เรื่องสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการ พัฒนารถยนต์ ประหยัดพลังงานและ รักษาสิ่งแวดล้อม

รถประหยัดน้ำมัน 2021 ไม่ว่าจะเป็น รถ Eco-car รถพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือก รถพลังงานไฮโดรเจน รถไฮบริด และรถพลังงานไฟฟ้า ก็ล้วนแล้วแต่เป็น ตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยกันทั้งสิ้น แต่ในวันนี้ เราจะหยิบยก ในส่วนของรถ พลังงานไฟฟ้า มาให้ได้อ่านกัน

รถประหยัดพลังงาน

รถประหยัดพลังงาน รถยนต์ไฟฟ้า ดีกว่ายังไง ?

แม้อาจไม่ใช่ เรื่องใหม่มากนัก เพราะ รถยนต์ไฟฟ้า คันแรกของโลก เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1900 มาแล้ว แต่เริ่มเป็นกระแส ได้รับความสนใจ และมีการพัฒนา อย่างจริงจังในช่วง ศตวรรษที่ 21 หรือในปัจจุบันนี้เอง เป็นเพราะทั่วโลก เริ่มหันมาให้ ความสำคัญกับ การดูแลโลก ให้ดูสะอาดและ น่าอยู่ยิ่งขึ้น ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้า ก็ได้ตอบโจทย์ ในเรื่องของการ ลดมลภาวะ ทางอากาศได้ เพราะไม่มีการ ปล่อยควันพิษมา จากท่อไอเสีย และยังมีข้อดีอื่น ๆ อีกดังนี้

1. ทำงานเงียบ และอัตราเร่ง ที่ได้ดั่งใจ

การขับเคลื่อน โดยที่ไม่ใช้ เครื่องยนต์สันดาป อยู่ภายใน จึงไม่ทำให้ เกิดการเผาไหม้ ทำให้เสียงเงียบ กว่ารถยนต์ที่ใช้ น้ำมันเชื้อเพลิงหลายเท่า และมีอัตราเร่ง อย่างที่ใจต้องการ เพราะไม่ต้องมีการ ทดเกียร์อีกต่อไป ทำให้ขับขี่ ได้ตามความต้องการ ของผู้ขับ

2. ประหยัดค่าใช้จ่าย และค่าซ่อมบำรุง

การใช้ไฟฟ้า มาแทนที่ น้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีราคาสูง รวมไปจนถึง ค่าใช้จ่ายใน การซ่อมบำรุง รถยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องบำรุง รักษาน้อยกว่า เพราะไม่มีเครื่องยนต์ ไม่ต้องคอยเปลี่ยน ถ่ายน้ำมันเครื่อง จึงทำให้การ ดูแลเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องบำรุง รักษากันบ่อย ๆ

3. ชาร์จแบตได้เองที่บ้าน ไม่ต้องไปปั๊มน้ำมัน

รถยนต์ไฟฟ้า สามารถชาร์จแบต ได้ด้วยไฟบ้าน ซึ่งสามารถชาร์จ ทิ้งไว้ได้ใน ช่วงที่เรานอน พอถึงตอนเช้า รถก็จะพร้อม สำหรับใช้งาน ไม่ต้องเสียเวลา ไปปั๊มน้ำมัน อีกต่อไป

ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้หลายประเทศ สนับสนุนรถยนต์ พลังงานไฟฟ้า  และพยายามจะ ผลักดันนโยบาย ให้รถยนต์ไฟฟ้า กลายเป็นรถยนต์ แห่งโลกอนาคต ที่ทั้งโลกใช้กัน ทางด้านของ ประเทศไทยนั้น ก็ได้มีการ เตรียมความพร้อมเรื่องนี้ กันไว้บ้างแล้ว เช่น การเร่งติดตั้ง เพิ่มจุดชาร์จไฟ สำหรับรถยนต์ พลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เพียงพอ ต่อการใช้งาน เป็นต้น

รถประหยัดพลังงาน

รถยนต์ไฟฟ้า มีวิธีการ ทำงานอย่างไร ?

รถยนต์ไฟฟ้า เกิดจากการพัฒนา ทางเทคโนโลยี ทำให้รถยนต์ ประเภทนี้ใช้เพียง พลังงานไฟฟ้า ในการขับเคลื่อน โดยการทำงานของ รถ ประหยัดพลังงานไฟฟ้า 100% นั้น ไม่ได้ซับซ้อน เหมือนรถยนต์ที่ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง มีปัจจัยหลัก ในการขับเคลื่อน เพียง 3 ส่วนเท่านั้น แต่ทั้งสามส่วน ก่อให้เกิดการ ขับเคลื่อนที่ เต็มประสิทธิภาพ ได้แก่

  • แบตเตอรี่ : พลังงานไฟฟ้า ที่ชาร์จเข้ามา จะถูกกักเก็บ ไว้ที่แบตเตอรี่ ซึ่งปัจจุบัน แบตเตอรี่ที่ใช้ ในรถยนต์ไฟฟ้า คือแบตเตอรี่แบบ ลิเธียมไอออน ซึ่งเก็บพลังงาน ไฟฟ้าได้มาก และใช้งานได้ ทนทานมากขึ้น
  • ตัวแปลง กระแสไฟฟ้า : ใช้ควบคุมและ แปลงกระแสไฟ จากพลังงาน ไฟฟ้ากระแสตรง มาเป็นพลังงาน ไฟฟ้ากระแสสลับ เพื่อส่งต่อพลังงาน ไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า
  • มอเตอร์ไฟฟ้า : ใช้เพื่อส่งพลังงาน ที่ได้จากตัวแปลง กระแสไฟฟ้า ส่งต่อไปให้เพลา เพื่อเกิดพลังงาน ในการขับเคลื่อน

รถประหยัดพลังงาน

แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ขุมพลังของ รถยนต์ไฟฟ้า

แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน เป็นแหล่งกำเนิด พลังงานและถูก พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีขนาด ที่เล็กลงและ ให้พลังงาน ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีความน่าสนใจหลายประการ ได้แก่

  1. น้ำหนักเบา: ธาตุลิเธียมนั้น เป็นโลหะอัลคาไลน์ มีน้ำหนักเบา ที่สุดในโลก แบตเตอรี่จึง มีน้ำหนักเบา ตามกันไปด้วย ทำให้รถใช้ พลังงานในการ ขับเคลื่อนน้อยลง เพราะน้ำหนักที่เบา เลยประหยัดพลังงาน ได้มากขึ้นกว่าเดิม
  2. อายุการใช้งาน: เนื่องจากการพัฒนา ของแบตเตอรี่ จึงทำให้แบตฯ ลิเธียมไอออน มีประจุไฟฟ้า ที่สูงกว่า และเก็บประจุ ไฟฟ้าได้นาน กว่าแบตเตอรี่ รูปแบบอื่น ๆ ทั้งยังมีการชาร์จ ที่ได้ผลดีกว่า ใช้งานได้นานขึ้น
  3. ให้พลังงานสูง คงที่ และชาร์จได้เร็ว: ในธาตุลิเธียมนั้น มีเซลล์ไฟฟ้า เคมีที่สูงกว่า เซลล์จากโลหะอื่น ทำให้แบตเตอรี่ มีแรงดันไฟฟ้า ที่สูงกว่าแบตเตอรี่ ชนิดอื่น ๆ จึงกลายเป็นต้นกำเนิด ของขุมพลังงาน ที่เสถียรที่สุด นับเป็นหนึ่งใน พลังงานทางเลือก ที่จะเข้ามาแทนที่ พลังงานเชื้อเพลิง อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. เป็นเซลล์แห้ง : แบตเตอรี่ลิเธียม ไอออนนั้น ไม่มีส่วนประกอบ ที่เป็นของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงรับประกัน เรื่องของความปลอดภัย ต่อมนุษย์โลก และสิ่งแวดล้อม ได้ดีกว่าแบตเตอรี่ แบบอื่น ๆ
รถถูกสุดในไทย 2021
รถถูกสุดในไทย 2021 มีคันไหนน่าซื้อบ้าง

รถถูกสุดในไทย 2021 รวมรถยนต์ที่ราคาถูก มาแนะนำกันแบบจัดเต็ม

รถถูกสุดในไทย 2021 แม้ว่าประเทศของเรา จะมีวิกฤตเศรษฐกิจ มานานหลายปีอย่างต่อเนื่อง ด้วยภาวะทั้งโรคระบาด และการเติบโตของ เศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนัก

แต่สำหรับรถยนต์ ยังเป็นอีกหนึ่ง อุตสาหกรรมที่ เรียกว่าคือสินค้าที่ กลายเป็นปัจจัยหลัก ของประเทศไทยไปแล้ว เพราะรถยนต์ค่อนข้างสะดวก ในการเดินทาง

แต่เนื่องจากเศรษฐกิจ ที่กำลังซบเซา การจะเปลี่ยนรถยนต์ จึงเป็นเรื่องที่ ต้องตัดสินใจให้ดี วันนี้เราจึงหาข้อมูล รถยนต์ขนาดเล็ก ราคาถูก 2021 เรียกว่าถูกที่สุดในไทย ในขณะนี้เลยก็ว่าได้ มาฝากกัน

รถถูกสุดในไทย 2021 แนะนำ 9 รถยนต์ที่ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย มีคันไหนบ้างนะ ?

อันดับที่ 9 Yaris ATIV ถือเป็นรถยนต์ ECO Car ที่ขายดีมาก ๆ เพราะการันตี ระบบความปลอดถัยด้วย Toyota Safety Sense มาพร้อมตัวเครื่อง 1.2 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ Super CVT – I ใหม่ที่ทำให้ การขับขี่ของคุณ คล่องตัวขึ้นมาก

ซึ่ง Yaris ATIV รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ช่วยให้คุณประหยัด น้ำมันมากขึ้น ซึ่งรถราคาประหยัด พร้อมกับการใช้ น้ำมันที่ประหยัด ถือเป็นรถ ECO Car ราคาดี ประสิทธิภาพแน่นจริง ๆ ใครที่มองหา รถใหม่ ป้าย แดง ราคาถูก แนะนำคันนี้เลย

รถยนต์ราคาถูก 2021

อันดับที่ 8 MG3 แค่ได้เห็นยี่ห้อ ก็ไม่ทำให้คุณผิดหวัง สำหรับสีสันอันสดใส กับ MG 3 รถยนต์ราคาถูก 2021 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิล 1.5ลิตร 112 แรงม้า มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

อีกทั้งยังจัดเต็ม ในเรื่องของความปลอดภัย แบบไม่กั๊กเลยนะ ทั้งนี้ยังมีระบบ I – Smart ที่รองรังการสั่งการด้วยเสียง ที่รองรับภาษาไทย ทำให้การขับขี่ของคุณ สนุกมากยิ่งขึ้น

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง รถยนต์ที่เน้นความสะดวกสบาย และทันสมัยในราคาเบา ๆ เพียง 519,000 บาทเท่านั้น

อันดับที่ 7 Nissan Almera เรียกว่าเป็น Eco Car 4 ประตู เครื่อง Turbo ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ สำหรับ Nissan Almera กับเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร Turbo ที่ให้กำลังแรงม้าสูง 100 แรงม้า

ทำให้มีอัตราสิ้นเปลือง เชื้อเพลิงอยู่ที่ 23.3กม./ลิตร โดดเด่นไปกับ เทคโนโลยความปลอดภัยอย่าง Nissan Intelligent Mobility ที่ทำให้คุณ มั่นใจว่าทุก ๆ การขับขี่ของคุณ จะปลอดภัยแน่นอน

นอกจากนี้ รูปลักษณ์ของ Nissan Almera ยังโดดเด่น ทำให้รถ Eco car รุ่นนี้ ถูกจัดอันดับเป็น รถยนต์ที่ถูกที่สุด ในลำดับที่ 7 ด้วยราคา 509,000 บาท

รถเล็กน่าใช้ เหมาสำหรับซื้อให้ลูกมาก ๆ

อันดับที่ 6 Mitsubishi Attrage มาในโฉมใหม่ Minorchange ที่มีดีไซน์สวยขึ้น ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ภายในตัวรถ มีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

โดยมาพร้อมกับ เครื่องยนต์ขนาด 1.21 ลิตร เป็นรถที่ประหยด น้ำมันมาก ๆ เพราะมีอัตราสิ้นเปลือง เชื้อเพลิงอยู่ที่ 23.3กม./ลิตรเท่านั้น ถือเป็นรถที่ ดีไซค์สวยคุ้มค่า ประหยัดน้ำมัน และราคาก็น่ารัก อยู่ที่คันละ 494,000 บาท เท่านั้น ใครที่มองหา รถเล็กน่าใช้ เหมาะกับการซื้อให้กับลูก ๆ ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย แนะนำคันนี้เลย

อันดับที่ 5 Mitsubishi Mirage ตามกันมาติด ๆ สำหรับรถ ECO car เจ้า Mitsubishi Mirage ตัวรถขนาดเล็ก กระทัดรัดเหมาะสำหรับสาว ๆ ไซต์มินิมาก ๆ เพราะถือเป็นรถที่ มีรูปโฉมสวย ราคาเบา ๆ เพียง 474,000 เท่านั้น

แถมดีไซตน์ยังสวยมาก ๆ มีดีไซน์แบบสปอร์ตรอบคัน ยิ่งถ้าเป็นโฉม Minorchange ด้วยแล้ว ต้องบอกเลยว่ายิ่งสวย เพราะเป็นการปรับโฉมใหม่ แบบรอบคันทั้งภายใน และภายนอกเลยนะ

สำหรับเครื่องยนต์ของ Mitsubishi Mirage มีขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า การันตีการประหยัดน้ำมัน แบบสุดพลังถือเป็นรถ ECO car ที่น่าใช้และ เป็นที่นิยม ในท้องตลาดมาก ๆ

รถใหม่ 2021 ราคาถูก ได้รับความนิยมต่อเนื่อง

รถยนต์ขนาดเล็ก ราคาถูก 2021

อันดับที่ 4 Nissan March ถือเป็น รถเก๋งราคาถูก รุ่นแรกในไทย เลยก็ว่าได้ และนอนว่า สามารถครองใจ ใครหลาย ๆ คนทั้งรูปลักษณ์ และการประหยัดน้ำมัน และแน่นอนที่สุด ราคาที่สุดแสงจะถูก ในราคาเพียง 420,000 บาท

ซึ่งนั่นทำให้ Nissan March กลายเป็นรถยนต์ที่ ราคาถูกที่สุดในอันดับที่ 4 เจ้ารุ่นนี้มาพร้อมตัวเครื่อง 1.2 ลิตร ประหยัดน้ำมันได้ดีมาก ๆ เพราะมีอัตราสิ้นเปลือง เชื้อเพลิงอยู่ที่ 20กม./ลิตรเท่านั้น เรียกว่าประหยัดสุด ๆ

แถมการขับขี่ ก็ขับขี่ง่ายสบาย ราคาอะไหล่ไม่แพง เรียกว่าคุ้มค่าสุด ๆ

รถใหม่ 2021 ราคาถูก เอาใจคนอยากสร้างอาชีพ

อันดับที่ 3 Suzuki Carry เรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง รถใหม่ 2021 ราคาถูก ที่เอาใจคนขายของ หรือคนที่ชอบบรรทุกสิ่งของ หรือใครที่อยากทำ อาชีพขนของ ย้ายของตามอพาร์ทเม้นต่าง ๆ

เราขอแนะนำ Suzuki Carry รถบรรทุกเล็กจอมพลัง มาพร้อมระบบขับเคลื่อน รุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ 1.51ลิตร 95 แรงม้า ที่การันตีว่า เป็นรุ่นที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีก ทั้งยังมีระบบเบรก ABS มาพร้อมกับห้องโดยสาร ที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น

เหมาะสำหรับการบรรทุกของ และแน่นอนว่า Suzuki Carry ราคาถูกมาก ๆ ราคา 385,000 บาทเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งรถบรรทุก ที่เหมาะสำหรับ การลงทุนสร้างอาชีพ

อันดับที่ 2 TATA Super ACE Mint มาต่อกันอีกหนึ่งรุ่น กับรถบรรทุก เพื่อการพาณิชย์ขนาดไม่เกิน 1 ตัน หรือใช้สำหรับประกอบธุรกิจอย่าง TATA Super ACE Mint รุ้นนี้มาพร้อม กระบะท้ายขนาดใหญ่ เปิดได้มากถึง 3 ด้าน

และมีเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร 70 แรงม้า โดยเครื่องยนต์ ถูกออกแบบให้อยู่ ใต้ที่นั่งคนขับ ทำให้บริเวณพื้นที่ กระบะยาวขึ้น บรรจุ ของได้มากขึ้น สำหรับราคานั้นก็น่ารัก ราคาเพียง 375,000บาทเท่านั้น

รถยนต์ราคาถูก 2021

อันดับที่ 1 Suzuki Celerio มาถึงรถยนต์ราคาถูก ที่สุดในประเทศไทย ด้วยราคาเพียง 328,000 บาท เหมาะสำหรับใครที่ กำลังมองหา รถคันเล็กๆ ในไทย ราคาถูก รุ่นนี้เรียกว่ามีราคาเบาสุด ๆ

ซึ่งแน่นอนว่า Suzuki Celerio กลายเป็นรถ ECO car น้องเล็กที่มาตีตลาด สำหรับคนที่ อยากมีรถยนต์ แต่ไม่อยากใช้เงิน ในการซื้อรถ มากมายมากนัก หรือสำหรับคนที่มีงบน้อย

โดย Suzuki Celerio มาพร้อมจุดเด่นมากมาย ทั้งในเรื่องห้องโดยสาร ที่กว้างขวางหลังคาสูง และสมรรถนะที่เกินราคา กับเครื่องยนต์ขนาดสามสูบ 1 ลิตร 68 แรงม้า และมีอัตราสิ้นเปลือง เชื้อเพลิงอยู่ที่ 22กม./ลิตร

ซึ่งถือเป็นรถยนต์ ที่ประหยัดน้ำมัน และเป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่กำลังได้รับความนิยม เพราะเป็นรถยนต์ ที่ได้รับมาตรฐานสากล ส่งออกไปยังเอเชียและยุโรป คุณสามารถมั่นใจ ในคุณภาพแม้ราคา จะสบายกระเป๋า

 

S1000RR
S1000RR นิยามของความว่า เร็ว แรง สวย ดุดัน !

S1000RR เป็นรถจักรยานยนต์ที่หนุ่น ๆ แทบทุกคนโหยหา !

S1000RR จุดเด่น ที่เป็นเอกลักษณ์ ของรถรุ่นนี้คือ เสียงที่ดุดดัน ตั้งแต่เราสตาร์ทรถ ในโฉมปัจจุบัน จะเป็นวาล์ว แปรผัน วิ่งดีและเนียนขึ้น แรงม้าเยอะขึ้น S1000RR แบบสีไตรคัลเลอร์ น้ำเงิน ขาว ดำ

ด้านข้าง จะเป็นสีไตร จะมี 2 สีครับ ถ้าโฉมหน้านี้ หรือจะมีช่วงก่อนหน้านี้ ที่เป็นสีไตรเหมือนกัน s1000rr มีกี่รุ่น แต่โฉมก่อนหน้านี้เนี่ยจะมี 2 ไตร แต่จะเป็นอีกลายหนึ่ง จะไม่มีเขียนคำว่า RR อยู่ด้านข้าง

แต่จะมี 3 สีน้ำเงินขาว เหตุให้คล้ายกัน จะมีบังเฟรมด้วยในรุ่นนี้ ซึ่งบังเฟรมจำเป็นมาก เพราะว่า เฟรมตัวนี้ใครที่หรือเคยขี่ จะรู้ดีว่าความร้อน มันจะอยู่แถว ๆ บริเวณขา ที่ตัวเฟรมมาก ไม่ควรใส่ขาสั้นขี่ ซึ่งไม่ควรนะครับ

s1000rr มือสอง

ถ้าขาไปโดนตำแหน่งนี้ ก็จะรู้สึกร้อน เพราะมีคาร์บอนตัวนี้ มันก็จะบังอยู่ในส่วนนี้ทำให้ป้องกันขอเราจากความร้อนได้ s1000rr มือสอง ราคาอยู่ที่ประมาน 6-7 แสนบาทเท่านั้นเองครับ

เครื่องยนต์ – 4 สูบ 4 จังหวะ

ขนาดเครื่องยนต์ – 999 ซีซี

ระบบวาล์ว – 4 วาล์วต่อสูบ

ระบบระบายความร้อน – ระบายความร้อนด้วยน้ำ

กำลังสูงสุด – 199 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด- 113 นิวตันเมตร ที่ 10,500 รอบ/นาที

กระบอกสูบ x ช่วงชัก – 80.0 x 49.70 มม.

Porsche ที่แรงที่สุด
Porsche ที่แรงที่สุด มีรุ่นไหนบ้าง

Porsche ที่แรงที่สุด ที่สุดของรถ Porsche ที่เร็วแรงสุด เท่าที่มีมาแล้ว

Porsche ที่แรงที่สุด ต้องบอกเลยว่า รถยี่ห้อ Porsche เป็นรถที่มี ความแรงหรือความเร็ว เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่แล้ว ซึ่ง porsche รุ่นต่างๆ ก็จะมีความเร็วที่ แตกต่างกันออกไป

วันนี้เราจึง ไม่พลาดนำ 5 อันดับ รถปอร์เช่ ที่แรงที่สุด มาฝากกัน โดยจะวัดจาดความเร็วสูงสุด ที่สามารถวิ่งได้ จะมีคันไหนบ้างนะ

Porsche ที่แรงที่สุด เผย 5 อันดับ Porsche ที่แรงที่สุด จะมีคันไหนบ้างนะ ?

Porsche ที่แรงที่สุด

อันดับที่ 5 Porsche 911 Turbo S (992) สำหรับตัวใหม่ ล่าสุดของรุ่นนี้ จะมีรหัสว่า 992 มีความแรงแบบ แรงทะลุโลกมาก ๆ เจ้ารุ่นนี้ได้ชื่อว่าเป็น Porsche เร็วที่สุด อีกรุ่นหนึ่งที่ นักซิ่งหลายคน จับตามองเป็นอย่างมาก

โดยรุ่นนี้มีเครื่องยนต์ 3745 CC มาพร้อมด้วย ระบบวาล์วแปรผัน VTG 650 แรงม้า และมีแรงบิด สูงสุดอยู่ที่ 800 นิวตันเมตร ใช้เวลาวิ่งจาก 0 – 100 เพียง 2.7 วินาทีเท่านั้นเอง

และเจ้ารุ่นนี้ ยังสามารถทำ ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 330 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงอีกด้วย ใครที่กำลังมองหารถ ที่สามารถขับใน ชีวิตประจำวันได้ แต่มีความแรง ไม่เป็นสองรองใคร อยากแนะนำรุ่นนี้เลย

รถปอร์เช่รุ่น Limmited ที่โคตรแรง

porsche รุ่นไหนดี

อันดับที่ 4 Porsche Carrera GT ต้องยอมรับเลยว่า Porsche แต่ละรุ่น มีความเร็วและ สมรรถนะที่ แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับ Porsche Carrera GT ถือเป็นรุ่นคลาสสิค เลยก็ว่าได้

เจ้ารุ่นนี้เป็น ไฮเปอร์คาร์ตัวแรก ของรถยี่ห้อปอร์เช่เลยนะ และยังเป็นรุ่น Limmited อีกด้วย

สำหรับ Porsche Carrera GT ใช้เครื่องยนต์ V10 ให้พละกำลัง 612 แรงม้า และยังมีแรงบิดสูงสุดที่ 590 นิวตันเมตร ใช้เวลาวิ่งจาก 0 – 100 เพียง 3.9 วินาที

เรียกได้ว่า ถ้าเอามาเทียบจริง ๆ ไม่สามารถเทียบ Turbo S ของปัจจุบันได้เลย แต่เพราะเป็น Hyper Car รุ่นแรก ทำให้รุ่นนี้มี Top Speed ที่ทำได้ดีกว่ารุ่น Turbo S นั่นเอง คือสามารถวิ่งได้ 334 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อันดับที่ 3 Porsche 595 S เจ้ารุ่นนี้โดดเด่นด้วย รูปทรงสุดคลาสสิค มีกำลังที่ แรงมากในยุคนั้น โดนมีพละกำลัง 515 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 561 นิวตันเมตร รุ่นนี้มีผลิตออกมาแค่ 29 คันเท่านั้น

เป็นรุ่นที่สามารถ ทำความเร็วได้ สูงสุดอยู่ที่ 339 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สุดยอกรถปอร์เช่ โคตรเท่ห์ตลอดกาล

อันดับที่ 2 Porsche 911 GT2RS รุ่นนี้เป็นรุ่น Generation ก่อนจะมาเป็น 911 Turbo S แต่ถือว่าในยุคนั้น รุ่นนี้คือรุ่นท็อปสุด ๆ แล้วนะ เพราะมีเครื่องยนต์ 6 สูบ ใช้เวลาวิ่งจาก 0 – 100 เพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น

ให้พละกำลังอยู่ที่ 700 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุดที่ 750 นิวตันเมตร สามารถวิ่งได้ เร็วสูงสุดที่ 340 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงเลยนะ

ปอร์เช่ 918 spyder ยังไม่มี Porsche คันไหนเทียบได้ เป็นแชมป์ตลอดการ

ปอร์เช่ 918 spyder

อันดับที่ 1 Porsche 918 Spyder เรียกว่าเป็นแชมป์ ตลอดกาลจริง ๆ สำหรับรุ่นนี้ เพราะยังไม่มี Porsche รุ่นไหน มาแทนที่ความแรง ของคันนี้ได้เลย เจ้ารุ่นนี้ได้ชื่อว่าเป็น Hyper Car สุดเทพของ Porsche แล้ว

เจ้า ปอร์เช่ 918 spyder มาพร้อมด้วย ระบบไฟฟ้า Hybrid ที่มีพละกำลังสูงถึง 887 แรงม้า และมีแรงบิด สูงสุดอยู่ที่ 1280 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็ว ได้สูงสุดอยู่ที่ 345 กิโลเมตรต่อ ชั่วโมงเลยนะ เรียกว่าเร็วและแรงมาก ๆ

แต่ถึงแม้ว่าเจ้า Porsche 918 Spyder จะเป็นรถที่แรงที่สุดแล้ว แต่ถ้าใครมองหารถที่สามารถนำมาขับในชีวิตประจำวันได้ด้วย และมีความแรงด้วย ก็คงต้องเป็น Porsche 911 Turbo S จะเป็นรุ่นที่ เหมาะสมที่สุดแล้ว โดย Porsche 918 Spyder ราคา 27 ล้านบาท

เพราะถึงแม้ว่าทืั้ง 5 รุ่นที่เรา นำมาแนะนำ จะเป็นรถที่แรง ที่สุดของปอร์เช่ แต่ก็ไม่เหมาะ นำมาขับใน ชีวิตประจำวันได้ และความเร็วของทั้ง 5 คันก็ไม่ต่างกันมาก แต่เจ้าตัว Turbo S มีนวัตกรรมที่ใหม่กว่า รวมถึงดีไซน์ที่ น่าสนใจกว่านั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้าง สำหรับ รถปอร์เช่ แนะนำ ที่เรานำมาฝากทั้ง 5 รุ่นนี้ หวังว่าจะถูกใจแฟน ๆ รถ Porsche กันนะ เพราะแต่ละคัน มีความแรงระดับเทพจริง ๆ รับรองว่าถ้าได้นั่ง สักครั้งในชีวิต คงจะรู้สึกมัน ไม่น้อยเลยนะ

สำหรับใครที่ยัง สงสัยว่าหากจะเลือก Porsche ควรจะเลือก porsche รุ่นไหนดี ลองให้ 5 รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกดูนะ

กระบะเมืองไทย
กระบะเมืองไทย แบรนด์ไหนที่ออกรุ่นอะไรมาก็ขายได้หมด?แถมยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า!

กระบะเมืองไทย 3 อันดับกระบะที่เครื่องแรงที่สุด ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย

กระบะเมืองไทย กระบะในเมืองไทยรุ่นไหนแรงสุด วันนี้เราจะพาทุกคน ไปรู้จักกันค่ะ สวัสดีผู้ชมทุก ๆ ท่าน สำหรับในเมืองไทยเรานั้น หนึ่งใน ประเภทรถยนต์ยอดนิยม คงหนีไม่พ้นกลุ่มรถกระบะ ไม่ว่าแบรนด์ไหน จะออกรุ่นอะไรมา ก็ขายได้หมด แถมในบางรุ่นนั้น ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว

กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่นั้น เลือกซื้อเพราะว่าเป็น รถยนต์อเนกประสงค์ ทั้งใช้โดยสารได้ ขนของได้ เรียกได้ว่าเป็นรถสารพัดประโยชน์ และยังสามารถดัดแปลง เพื่อใช้ขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ได้อีกด้วย

แน่นอนว่า รถที่ต้องใช้ในการบรรทุก หรือขนของหนัก ๆ การจะเลือกซื้อกระบะสักคันนั้น นอกจากเรื่องความทนทานของตัวรถแล้ว ปัจจัยหลักที่หลายคนตัดสินใจเลือกซื้อ นั่นก็คือ พละกำลังของเครื่องยนต์นั้นเอง

ฉะนั้นวันนี้ เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ 3 อันดับกระบะที่เครื่องแรงที่สุด ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยของเรา 

เริ่มจากอันดับที่ 3 Mitsubishi Triton athlete สำหรับ Triton athlete นั้นเป็นการปรับโฉมใหม่ โดยตัวรถนั้น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง mivec 2.4 ลิตร 16 วาล์วทำงานคู่กับเทอร์โบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์รีดแรงม้า ออกมาสูงสุดได้ที่ 181 แรงม้าพร้อมแรงบิด 430 นิวตันเมตร

Mitsubishi Triton athlete

ส่งกำลังด้วยเกียร์แบบอัตโนมัติพร้อม Sport Mode สำหรับ Mitsubishi Triton athlete นั้นเมื่อเทียบอัตราความจุของเครื่องยนต์กับ HP แล้วออกมาได้ที่ 75 แรงม้าต่อลิตร

อันดับที่ 2 all new isuzu d-max 2020 สำหรับ all new isuzu d-max นั้นถูกเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปี 2019 ที่ผ่านมา ตัวรถมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียงขนาด 3.0 ลิตร DDI Blue Power

all new isuzu d-max 2020

ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดของทาง Isuzu ทำงานร่วมกับเทอร์โบแปรผันไฟฟ้า BTS สามารถผลิตกำลังออกมาได้ที่ 190 แรงม้า อยู่ที่ 3,600 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 450 นิวตันเมตรที่ 1,600 ถึง 2600 รอบต่อนาที

ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีดสำหรับ all new isuzu d-max 2020 นั้นเมื่อเทียบอัตราความจุของเครื่องยนต์ ต่อแรงมาแล้ว ออกมาได้ที่ประมาณ 63 แรงม้าต่อลิตร 

อันดับที่ 1 Nissan Navara NP300 สำหรับ Navara NP300 จากท้าย Nissan นั้นถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ ที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นรถที่มีเครื่องยนต์ ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด 1 ด้วยตัวรถมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร 16 วาล์วพวงด้วยเทอร์โบชาร์จ เพื่อเพิ่มพละกำลังให้กับเครื่องยนต์ สามารถเรียงพละกำลังได้สูงสุด 190 แรงม้า

Nissan Navara NP300

และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ตั้งแต่รอบที่ 2 และขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ Speed เกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด

สำหรับถัง Nissan Navara NP300 และ all new isuzu d-max 2020 นั้นมีทั้งแรงม้าและแรงบิดที่เท่ากัน

Tesla Model Y
Tesla Model Y รุ่นใหม่ล้ำสมัยกว่าเดิม เผยโฉมดีไซน์ใหม่เป็นที่เรียบร้อย!

Tesla Model Y รถยนต์ไฟฟ้าออกแบบใหม่ สำหรับรุ่นปี 2021

Tesla Model Y รถไฟฟ้าเอสยูวี ที่มีขนาดกะทัดรัด ของบริษัทเทสลา ตั้งเป้าหมายที่จะ เจาะตลาดรถยนต์ ด้วยราคาสุดประหยัด คุณภาพแบตเตอรี่ ที่จะทำให้ยอดขาย ของรถไฟฟ้าเทสลา เพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม สำหรับรุ่นปี 2021

ซึ่งการออกแบบใหม่รุ่นนี้ กำลังได้รับการเฉยโฉม สู่ชาวโลกออกมาใหม่ และมันสามารถทำให้ รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึง ผู้ซื้อได้มากกว่า ที่เคยเป็นมา

ในช่วงไตรมาสที่สอง ของช่วงปี 2021 อีลอน มัสก์ยืนยันว่า “การออกแบบใหม่” ของรถเอสยูวีในครั้งนี้  จะเปิดตัวสู่โลกภายนอก ภายในปลายปีนี้ ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลง ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของ รถยนต์ไฟฟ้า Model Y นับตั้งแต่เปิดตัว ครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2020

Tesla Model Y

Tesla Model ใหม่ กับการออกแบบฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนเก่า

นี่คือทุกสิ่งที่คุณจำเป็น ต้องรู้เกี่ยวกับ Tesla Model Y ออกแบบใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติใหม่ๆ และข้อมูลจำเพาะ ที่อัปเกรดเพิ่มเข้ามา

ซึ่งทางบริษัทเทสลา มีการเปลี่ยนแปลง อยู่สองประการ ในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ new tesla model คือตัวถังด้านหน้า/หลังแบบหล่อ ที่ใช้กระบวนการที่เรียกว่า “Giga Press” คือกระบวนการที่ ใช้ชุดเครื่องหล่ออลูมิเนียม ที่ผลิตในอินตาลี โดยลดส่วนประกอบ ส่วนหลังไปกว่า 70 ชิ้นให้เหลือเพียงชิ้นเดียว

ในส่วนของเซลล์แบตเตอรี่ มีการปรับปรุงหลายๆ อย่างซึ่งส่งผลให้ราคา ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงลดลง 56 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มช่วงแบตเตอรี่ ระหว่างการชาร์จ 54% แถมยังมีน้ำหนักเบาลง 10 เปอร์เซ็นต์

รถยนต์ไร้คนขับ
รถยนต์ไร้คนขับ 5 สิ่งที่ทุกคนควรรู้ เทคโนโลยีอนาคต ที่ผู้คนจะต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ

รถยนต์ไร้คนขับ 5 สิ่งที่ทุกคนควรรู้ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ค่ายรถรายใหญ่ กำลังพุ่งเป้าไปที่มัน

รถยนต์ไร้คนขับ ความน่าจะเป็น ของกระแสโลก ในยุคเทคโนโลยี การมีรถยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัว ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่าง ๆ ก็พยายามที่จะผลิตออกมา ล่อตาล่อใจผู้บริโภค เช่นเดียวกับบริษัทเทคโนโลยี เจ้าดังอย่าง Apple และ Google ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์นี้ ได้เริ่มทดสอบวิ่งกันเเล้ว

1. รถยนต์ในปัจุบัน มีฟังก์ชั่นการขับขี่ แบบอัตโนมัติอยู่แล้ว >>> ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยจอด เร่งความเร็ว เบรก และบังคับเลี้ยวได้ แต่มีกี่คนที่ใช้เป็น และเคยใช้มัน

รถยนต์ไร้คนขับ

2. เป้าหมายคือต้องการ ลดความผิดพลาด ที่เกิดจากผู้ขับขี่ >>> มีหลายคนไม่ยอมรับ ว่าเทคโนโลยีนี้ จะเชื่อถือได้จริง จนต้องพยายาม บังคับรถด้วยตัวเอง และบังคับตัวเองด้วย ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง แม้กระทั้งหมากฝรั่ง

3. รถยนต์ที่ขับด้วยตนเอง ถูกตั้งโปรแกรม ให้ขับอย่างระมัดระวัง >>> นักวิจารณ์ด้านรถยนต์ ให้นิยามว่า “โปรแกรมขี้อาย” ไม่มีความโกรธ ความดุดันก้าวร้าว หรือคุกคามผู้สัญจรคนอื่น มีแต่การขับขี่นิ่มนวล เรื่อย ๆ ชิลล์ ๆ แม้แต่บนทางด่วน

4. เทคโลโนยีใหม่ ที่น่าประทับใจ >>> ระบบไฟฟ้า แทนน้ำมันเชื้องเพลิง อย่างน้อยก็ลดเรื่องมลพิษ ระบบนำทางที่ดีขึ้น ก็ทำให้ไปถึงจุดหมายเร็วขึ้น ระบบเรดาร์ ช่วยหลบหลีก ลดการเกิดอุบัติเหตุ อย่างนี้เป็นต้น

รถยนต์ไร้คนขับ

5. สามารถอำนวยความสะดวก ต่อผู้สูงอายุ และผู้พิการได้อย่างมาก >>> น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหลายหลัก เพราะคนกลุ่มนี้ มีประสิทธิภาพ ในการช่วยเหลือเองได้น้อยลง การมีรถที่สามารถ พาไปที่ต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย ถือว่าตอบโจทย์อย่างยิ่ง

มีการคาดการณ์ว่า จะมีรถที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง 10 ล้านคันบนถนน ภายในปี 2020 แต่ปัจจุบันปี 2021 ยังไม่มีคนทั่วไป ซื้อมาใช้งานจริง ราคา ความเชื่อมั่น รถยนต์ไร้คนขับ ยังต้องรอการพิสูจน์ต่อไป